หอบหืดกำเริบ (Acute asthmatic attack)

หอบหืดกำเริบ (Acute asthmatic
attack)

หอบหืดกำเริบเกิดจาก อากาศเปลี่ยน หรือ ภูมิแพ้ไหม?

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

โรคหอบหืดเป็นโรคที่ทำให้หายใจลำบาก อาการของโรคหอบหืดสามารถเป็นได้ทั้งอาการเล็กน้อยไปจนถึงอาการรุนแรง และสามารถมีอาการเป็นๆหายๆได้ บางครั้งอาการของโรคหอบหืดสามารถเป็นได้อย่างกะทันหัน ซึ่งสามารถเป็นได้อย่างรุนแรง ที่เรียกว่าโรคหอบหืดกำเริบ (Acute asthmatic attack) อาการของโรคหอบหืดเกิดจากมีการอักเสบทางเดินหายใจภายในปอดจนทำให้เกิดการตีบแคบของทางเดินหายใจ โรคหอบหืดเกิดได้จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

  1. ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม ผู้ป่วยโรคหอบหืดอาจมีอาการกำเริบเมื่อถูกกระตุ้นจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งผู้ป่วยโรคหอบหืดควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการกำเริบ ปัจจัยต่างๆ เช่น
  • การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ (allergens) ที่กระตุ้นให้เกิดอาการทางระบบทางเดินหายใจซึ่งจะแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน เช่น ละอองเกสรดอกไม้ เกสรหญ้า ไรฝุ่น ขนสัตว์ มลพิษในอากาศ
  • การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นไข้หวัด ไซนัสอักเสบ
  • สัมผัสอากาศเย็น
  • ออกกำลังกายหักโหมเกินไป
  • มีภาวะกรดไหลย้อน
  • รับประทานยาบางชนิด เช่น แอสไพริน และยาในกลุ่มต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโพรเฟน
  • สารกันบูดในอาหาร
  • ความเครียด
  1. ปัจจัยทางพันธุกรรม โรคหอบหืดเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่มีบิดา มารดา หรือญาติเป็น จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป

อาการของโรค

ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดสามารถมีอาการได้ดังต่อไปนี้

  • หายใจมีเสียงวี๊ด หรือมีลักษณะหายใจแล้วมีเสียงสูงอยู่ในลำคอ
  • ไอมาก ซึ่งสามารถมีเสมหะร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้
  • มีความรู้สึกแน่นอยู่ในหน้าอก
  • หายใจเร็ว หายใจไม่ทัน หายใจเหนื่อย อาการของโรคหอบหืดสามารถเกิดได้ทุกๆวัน, ทุกๆอาทิตย์ หรืออาจจะเกิดน้อยกว่านั้นก็เป็นได้เช่นกัน

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

จากการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยเฉพาะการฟังเสียงปอดทั้งสองข้างแล้ว แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคหอบหืดได้ด้วยการตรวจอื่นๆ ได้แก่

  • การตรวจสมรรถภาพปอดด้วยวิธี spirometry ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการตรวจวัดปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอด รวมถึงประสิทธิภาพของปอดในการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือด โดยแพทย์จะให้ยาขยายหลอดลมแล้วให้ผู้ป่วยหายใจเข้าเต็มที่แล้วเป่าลมหายใจออกให้เร็วและแรงผ่านเครื่อง spirometer เพื่อวัดค่าปริมาณอากาศที่ผู้ป่วยสามารถหายใจออกใน 1 วินาที เทียบกับค่าปริมาณของอากาศเมื่อหายใจออกทั้งหมด เมื่อนำผลมาพิจารณาประกอบกับอาการของผู้ป่วยก็จะสามารถบอกถึงระดับความรุนแรงของโรคได้
  • การตรวจ Peak Expiratory Flow (PEF) เป็นการตรวจสมรรถภาพปอดโดยใช้เครื่อง Peak Flow Meter โดยให้ผู้ป่วยสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดแล้วเป่าออกให้แรงที่สุดเพื่อวัดค่าความเร็วสูงสุดของลมที่เป่าออกได้ หากค่าที่วัดได้ต่ำกว่าปกติอาจเป็นไปได้ว่าเกิดจากภาวะหลอดลมตีบ

แนวทางการดูแลรักษา

การรักษาของโรคหอบหืดสามารถอยู่รูปแบบต่างๆกัน เช่น ยาพ่น, ยาน้ำ, หรือยารับประทาน ซึ่งแพทย์ผู้ทำการรักษาจะเป็นผู้พิจารณายาที่เหมาะสมตามอาการของผู้ป่วยเป็นรายๆไป

  • ยาบรรเทาอาการแบบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นยาที่เน้นบรรเทาอาการอย่างรวดเร็วเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการกำเริบอย่างเฉียบพลัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะยาพ่นเป็นหลัก และควรจะมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่ได้พ่นยาภายใน 5-15 นาที ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลัทันที เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดทางเดินหายใจล้มเหลวได้
  • ยาเพื่อควบคุมอาการไม่ใช่อาการกำเริบบ่อยครั้ง ซึ่งมีจุดประสงค์ในการควบคุมอาการจึงมักจะใช้เวลาในการออกฤทธิ์ที่นานมากกว่ายาในกลุ่มแรก

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

อายุรแพทย์ระบบหายใจ, กุมารแพทย์ โรคปอด กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

ผู้ป่วยโรคหอบหืดสามารถมีอาการกำเริบอย่างเฉียบพลันได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีอาการในๆนำมาก่อน ดังนั้นผู้ป่วยควรมียาบรรเทาอาการแบบเฉียบพลันติดตัวอยู่เสมอ และหลังจากใช้ยาดังกล่าวแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/โรคหอบหืด-โรคทางเดินหาย/ https://www.aaaai.org/conditions-and-treatments/asthma