ภาวะวิตกกังวล (Anxiety reaction)

ภาวะวิตกกังวล (Anxiety reaction)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

วิตกกังวล (anxiety) เป็นอารมณ์ที่เกิดจากความยุ่งเหยิงภายในจิตใจ มักเกิดขึ้นพร้อมกับความแปรปรวนทางอารมณ์ เกิดขึ้นได้เมื่อครุ่นคิดคาดการณ์ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น คิดเรื่องที่ตนเองจะตาย ความวิตกกังวลเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดที่มีประโยชน์ในบางสถานการณ์ เพราะช่วยให้เราตื่นตัวและพร้อมรับมือกับปัญหาหรือเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามหากมีความวิตกกังวลอย่างเกินเหตุหรือมากเกินไป ก็จะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้

อาการของโรค

ความคิดวิตกกังวลเกิดอยู่นานแล้ว คล้ายลักษณะประจำตัว ซึ่งอาจเป็นเรื้อรังหรือเป็นๆ หาย ๆ ได้ เป็นความกังวลไปทั่วๆ ทุกเรื่อง เรื่องราวต่างๆ ดูจะมีความสำคัญจนวางใจไม่ลง หรืออาจจะห่วงกังวลไปล่วงหน้า ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ อาการทางกายที่ตามมาก็คือความตึงเครียด เช่น ปวดตึงศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ใจสั่น ใจเต้นเร็วและแรง หายใจไม่อิ่ม ถอนหายใจบ่อย ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อย บางคนมีอาการเหล่านี้แล้วพลอยเข้าใจว่า ตนเองเป็นโรคร้ายแรง ยิ่งกังวลมากขึ้น อาการเลยยิ่งแย่ลง วนเป็นวงจร นอกจากนี้มักพบปัญหานอนไม่หลับ ข่มตาหลับยาก นอนหลับๆ ตื่นๆ ตกใจง่าย หงุดหงิด ไม่สบายตัว ไม่มีสมาธิ ซึ่งอาการเหล่านี้หากเป็นมากอาจรบกวนการดำเนินชีวิตหรือประสิทธิภาพในการทำงานด้วย

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

แพทย์จะสอบถามอาการและประวัติความเจ็บป่วย ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ความคิด ตรวจร่างกายเพื่อแยกโรคอื่นๆที่มีสามารถทำให้เกิดอาการใกล้เคียงกันได้ เช่น โรคไทรอยด์ ภาวะทางหัวใจ หรือโรคซึมเศร้า เป็นต้น

แนวทางการดูแลรักษา

หลายครั้งที่ภาวะวิตกกังวลเกิดจากโรคทางกายบางอย่าง เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ผิดปกติ หรือสารคาเฟอีน หากแพทย์ตรวจพบสาเหตุที่ชัดเจน ก็จะทำการรักษาแก้ไขไปตามสาเหตุ ในกรณีที่ความวิตกกังวลนั้นไม่ได้มีสาเหตุจากความเจ็บป่วยทางกาย แพทย์จะแนะนำให้ทำการรักษาด้วยจิตบำบัดหรือรับคำปรึกษาการได้พูดคุยระบายความรู้สึกและปัญหาเพื่อค้นหาสาเหตุความเครียด และเรียนรู้แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ยืดหยุ่นขึ้น ร่วมกับการได้รับความเห็นอกเห็นใจ กำลังใจ หรือปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม จะช่วยให้อาการดีขึ้น ผู้รักษาจะช่วยสะท้อนให้เกิดความเข้าใจตนเอง เพื่อคิดและปฎิบัติต่อตนเองได้ดีขึ้น รัก มั่นใจ และนับถือในตนเองมากขึ้น การปรับวิธีคิดและพฤติกรรม จะช่วยให้มีวิธีคิดที่กว้างขึ้น ไม่คิดแต่ทางลบแบบเดิมๆ และฝึกการเผชิญปัญหาต่างๆ การฝึกผ่อนคลายด้วยเทคนิคต่างๆ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากในการรักษา

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

จิตแพทย์, จิตแพทย์เด็ก กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

อาการวิตกกังวลเป็นอาการทั่วไปที่ทุกคนมีได้ แต่หากรู้สึกกังวลมากเกินไปจนรบกวนการทำงาน การใช้ชีวิต ความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีอาการซึมเศร้าและหงุดหงิดง่าย นอนหลับยาก คิดมากและควบคุมตัวเองไม่ได้ รวมถึงมีอาการอื่นๆ คือ ใจสั่น เหงื่อออก ไม่มีสมาธิ ควรไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.cumentalhealth.com/รอบรู้เรื่องสุขภาพจิตผู้ใหญ่/วิตกกังวล.html    https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30145