หลอดลมโป่งพอง (Bronchiectasis)

หลอดลมโป่งพอง (Bronchiectasis)

เสมหะสะสมในปอด ระวังหลอดลมโป่งพอง

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

หลอดลมโป่งพองคือภาวะที่หลอดลมบางส่วนเกิดการขยายตัว (โป่งพอง) กว้างขึ้นกว่าปกติอย่างถาวร ซึ่งเป็นผลมาจากผนังหลอดลมถูกทำลาย ทำให้มีการติดเชื้อบ่อย เกิดอาการไอมีเสมหะเรื้อรัง ภาวะนี้อาจเกิดกับหลอดลมเพียง 1-2 แห่ง หรือหลายแห่งก็ได้ มักเกิดกับหลอดลมขนาดกลางเป็นส่วนใหญ่ บางครั้งก็อาจเกิดกับหลอดลมขนาดเล็ก ซึ่งจะถูกทำลายกลายเป็นแผลเป็น และทำให้มีเสมหะซึ่งจากต่อการไอออกมา เมื่อเสมหะค้างอยู่ในปอด ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคถุงลมโป่งพองมีแนวโน้มในการติดเชื้อมากกว่าปกติ สาเหตุของการเกิดโรคถุงลมโป่งพองเกิดได้จากหลายสาเหตุที่ทำให้มีการทำลายของหลอดลม เช่น จากการติดเชื้อในปอด หรือเกิดจากปัญหาของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย รวมไปถึงการเป็น โรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) มาก่อน

อาการของโรค

  • ไอมาก และเป็นเวลานาน โดยมักมีเสมหะร่วมด้วย สามารถมีอาการได้ถึงเป็นอาทิตย์จนถึงเดือน
  • หายใจตื้น หายใจไม่ทัน หายใจเสียงวี๊ด
  • มีอาการของหลอดลมอักเสบ หรือการติดเชื้อในปอดบ่อยครั้ง
  • ไอเป็นเลือด
  • เจ็บแปล๊บบริเวณปอด/หน้าอก มักจะเป็นมากขึ้นเวลาหายใจ ผู้ป่วยส่วนมาก มักเป็นโรคไซนัสอักเสบเรื้อรังร่วมด้วย โดยจะมีอาการจมูกตัน มีน้ำมูกสีเหลืองหรือสีเขียว ปวดบริเวณโหนกแก้ม หรือ บริเวณหัวคิ้ว

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

  • การตรวจเลือด เพื่อช่วยในการหาสาเหตุของโรค
  • การตรวจเสมหะ เป็นการตรวจหาเชื้อไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรียภายในเสมหะที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบ
  • การตรวจเอกซเรย์ปอด
  • การเอกซเรย์ทรวงอกและการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูลักษณะและการทำงานของปอดว่ามีความผิดปกติหรือไม่
  • การตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary function tests) เป็นการตรวจดูว่าอากาศไหลเวียนเข้าไปยังปอดและระบบทางเดินหายใจเป็นปกติหรือไม่
  • การตรวจเพื่อส่องดูหลอดลมโดยตรง (Bronchoscopy)

แนวทางการดูแลรักษา

  • การให้ยา - เพื่อรักษาและป้องการการติดเชื้อ, ลดการอักเสบของทางเดินหายใจ และลดเสมหะในปอด
  • การรักษาเพื่อทำให้ทางเดินหายใจโล่ง (Airway clearance therapy) - เช่นการทำให้เสมหะเหนียวน้อยลงเพื่อให้สามารถไอออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นกับแพทย์ที่ทำการรักษาจะเลือกใช้
  • การทำกายภาพปอด (Pulmonary rehabilitation)
  • การรักษาเพื่อหยุดเลือดในทางเดินหายใจ
  • การผ่าตัด
  • การปลูกถ่ายปอด (Lung transplant)

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

อายุรแพทย์ระบบหายใจ, กุมารแพทย์ โรคปอด กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

ผู้ป่วยที่มีอาการดังต่อไปนี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม

  • ไอ มากกว่าปกติ หรือ ไอจนรบกวนการนอนหรือกิจกรรมอื่นๆ
  • หายใจลำบาก หายใจเหนื่อย หรือ หายใจมีเสียงวี๊ด
  • ไอมีเสมหะสีเหลืองคล้ำ สีเขียว เหนียวข้น ทุกวัน
  • ไอเป็นเลือด
  • มีไข้

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.rcot.org/datafile/_file/_doctor/bcacca458ef012349a44f1c77e8c762f.pdf