2 โรคเกี่ยวกับปอดใกล้ตัว เช็กความเสี่ยงกันก่อน !
ในช่วงที่มีทั้งเชื้อไวรัส covid-19 และค่า pm2.5 ที่สูงลิบ หนึ่งในอวัยวะที่ได้ผลกระทบมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ‘ปอด’ ของเรานั่นเอง
วันนี้ Agnos จะพามาทำความรู้จักโรคเกี่ยวกับปอดที่หลายๆคนอาจคุ้นหูกัน แต่ไม่รู้ลักษณะอาการ หรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเราเองได้กับ 2 โรคเกี่ยวกับปอดใกล้ตัว
เรามาเริ่มกันที่โรคแรกกันเลย..!
1. โรคหอบหืด (Asthma)
เป็นหนึ่งในโรคที่เราอาจรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเคยเห็นคนรอบข้าง หรือเด็กๆในหนังมีอาการหอบและต้องพึ่งยาพ่น และหากไม่ได้ใช้ยาพ่นก็อาจสลบ หรือเสียชีวิตได้
แล้วโรคหอบหืดอันตรายและมีอาการเหมือนในหนังที่เราเคยเห็นผ่านๆกันมั้ย..?
โรคหอบหืด คืออะไร ?
โรคหอบหืด เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลม จึงทำให้หลอดลมนั้นตีบ หรือแคบลงนั่นเอง โดยปกติแล้วหลอดลมของเราจะไวต่อสิ่งกระตุ้น หรือสารต่างๆอยู่แล้ว เช่น สารก่อภูมิแพ้ ฝุ่น หรือขนสัตว์ อากาศที่เย็นและแห้ง ปัจจัยเหล่านี้ก็สามารถก่อให้เกิดโรคหอบหืดได้เช่นกัน
โรคหอบหืดมักพบมากในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ และอาการอาจดีขึ้นเมื่อโตขึ้น แต่สามารถกลับมาเป็นใหม่ได้
สาเหตุของการเกิดโรคหอบหืด
สาเหตุของโรคหอบหืดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุหลักๆ คือสาเหตุเกิดจากสภาพแวดล้อมและสาเหตุเกิดจากพันธุกรรม
1. สาเหตุเกิดจากสภาพแวดล้อม
- การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ เช่น ละอองเกสรดอกไม้ ฝุ่น ขนสัตว์ เป็นต้น
- สัมผัสอากาศเย็น
- ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นไข้หวัด ไซนัสอักเสบ เป็นต้น
- มีภาวะกรดไหลย้อน
- ออกกำลังกายมากเกินไป
- รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มต้านอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
- ความเครียด
2. สาเหตุเกิดจากพันธุกรรม
- โรคหอบหืดเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคหอบหืด เราก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป
อาการของโรคหอบหืด เป็นยังไง ?
- อาการไอ โดยเฉพาะตอนกลางคืน และตอนออกกำลังกาย
- หายใจเสียงวี๊ด
- หายใจติดขัด แน่นหน้าอก หอบ เหนื่อย
- อาการอาจกำเริบ หรือหนักขึ้นในบางฤดู หรือเมื่อมีสิ่งกระตุ้น
อาการของโรคมีตั้งแต่ไม่รุนแรง เพียงหอบเหนื่อยเล็กน้อย จนไปถึงขั้นรุนแรง และอาจทำให้เสียชีวิตได้
หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการไอและหายใจมีเสียงวี๊ดนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของอาการหอบหืดกำเริบ
อาการหอบหืดอาจเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีหรือเป็นวัน และความรุนแรงของโรคก็ไม่แน่นอนเช่นกัน นอกจากนี้อาการอาจกำเริบตอนไหนก็ได้
โรคหอบหืดหายสามารถหายขาดได้มั้ย ?
โรคหอบหืดเป็นโรคที่รักษา ไม่หายขาด แต่สามารถควบคุมไม่ให้อาการกำเริบได้
วิธีรักษาโรคหอบหืด
- รักษาด้วยยา : โดยแพทย์อาจสั่งทั้งยากินและยาสูดพ่น
- หลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจทำให้อาการกำเริบ
ยารักษาโรคหอบหืด สามารถแบ่งย่อยได้อีก 2 ประเภท คือ
- ยาบรรเทาอาการ เมื่อมีอาการกำเริบอย่างฉับพลัน หรือ rescue medicine ยาบรรเทาอาการมีทั้งแบบเม็ดและยาสูดพ่น
ผู้ป่วยควรพกยาบรรเทาติดตัวตลอดเวลา และใช้เมื่อมีสัญญาณของอาการกำเริบ เช่น ใช้เมื่อเริ่มไอหรือหายใจติดขัดหรือมีเสียงวี๊ด
- ยาคุมโรคระยะยาว โดยยาชนิดนี้จะช่วยไม่ให้ทางเดินหายใจบวม หรืออักเสบ และจำเป็นใช้ทุกวันเพื่อป้องกันอาการกำเริบ
ถึงแม้โรคหอบหืดจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการไม่ให้กำเริบและใช้ชีวิตปกติได้
โดยผู้ป่วยจำเป็นต้องหมั่นสังเกตอาการของตัวเองอยู่เสมอ กินยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบและไปพบแพทย์ตามนัดในทุกๆครั้ง !
2. ปอดอักเสบ (pneumonia)
ปอดอักเสบเป็นอีกหนึ่งโรคปอดใกล้ตัวที่ฟังดูไม่คุ้นหูเท่าไหร่นัก โดยปกติแล้วในภาษาทั่วไปจะเรียกโรคปอดอักเสบว่า ปอดบวม นั่นเอง
โรคปอดอักเสบ คือจากอะไร ?
โรคปอดอักเสบ คือ การอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนนั้นยากขึ้น ทำให้หายใจอึดอัด หายใจลำบากและส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อ โดยอาการของโรคมีตั้งแต่ไม่รุนแรง จนถึงขั้น เสียชีวิตได้
สาเหตุของโรคปอดอักเสบ
สาเหตุหลักของการเกิดโรคปอดอักเสบสามารถแบ่งออกได้ 3 วิธี คือ ปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ และปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
1. ปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ
- เชื้อ Respiratory Syncytial Virus (RSV)
- เชื้อไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
- เชื้อโคโรนา (Corona)
- เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อ Streptococcus Pneumoniae, เชื้อ Haemophilus Influenzae
- เชื้อรา
- พยาธิ
2. ปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
- เศษอาหารเข้าไปในปอดจากการสำลัก
- สัมผัสปัจจัยกระตุ้น เช่น สูดฝุ่นควัน หรือฝุ่น เข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก
นอกจากนี้โรคบางอย่างที่ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจทำให้เกิดปอดอักเสบได้เช่นกัน เช่น
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ป่วยเอดส์
- ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง เป็นต้น
อาการแบบไหน ถึงเป็นสัญญาณเตือนโรคปอดอักเสบ
- ไอ
- มีเสมหะ
- มีไข้สูง หนาวสั่น ตัวร้อนตลอดเวลา
- หายใจเร็ว หอบ
- หายใจมีเสียงวี๊ด
- เจ็บบริเวณสีข้าง หรือหัวไหล่ เมื่อไอแรง
- เจ็บแปล๊บที่บริเวณหน้าอก เวลาหายใจเข้า
หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาโรค
การรักษาปอดอักเสบ
การรักษาปอดอักเสบ แพทย์จะรักษาตามอาการและสาเหตุของการเกิดโรคอักเสบเป็นหลัก
หากโรคปอดอักเสบเกิดจากการติดเชื้อจะใช้ยาฆ่าเชื้อในการรักษา และนัดติดตามอาการนั่นเอง
นอกจากนี้หากมีอาการอื่นๆ อาจจำเป็นต้องให้ยาตามอาการ เช่น หากมีเสมหะ แพทย์อาจให้ยาละลายเสมหะ หรือในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง อาจจำเป็นต้องให้ออกซิเจนและทำกายภาพบำบัดบริเวณทรวงอก เช่น เช่น การเคาะปอด การสั่นปอด การดูดเสมหะ เป็นต้น
ป้องกันปอดอักเสบ
หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคปอดอักเสบ คือ การฉีดวัคซีนป้องกัน โดยผู้สูงอายุ (65ปีขึ้นไป) และเด็กก็สามารถฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบได้
การป้องกันโดยการลดปัจจัยเสี่ยง เช่น
- หลีกเลี่ยงที่ๆมีมลภาวะเป็นพิษ เช่น ในพื้นที่แออัด พื้นที่ๆมีควัน ฝุ่นเยอะ หรือพื้นที่ๆมีอากาศเย็นจัด
- ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มแอลกอฮอล์
- หมั่นล้างมือ
- ใส่หน้ากากอนามัย
- กินอาหารที่มีประโยชน์
- ออกกำลังกาย
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- หากมีอาการป่วยใดๆ ควรรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
ถึงแม้เราจะสามารถหลีกเลี่ยงมลภาวะที่เป็นพิษ เช่น ควัน ฝุ่น หรือสารก่อภูมิแพ้อื่นๆได้ยาก เราก็ควรตื่นตัวต่อการป้องกันสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ เช่น การใส่หน้ากากอนามัย การทำร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมถึงการหมั่นไปตรวจเช็กสุขภาพและหากมีอาการที่น่ากังวลใจใดๆ สามารถกดเข้าแอปพลิเคชั่น Agnos เพื่อปรึกษาคุณหมอ หรือวิเคราะห์อาการเบื้องต้นได้ทันที !
อ้างอิง : https://www.medparkhospital.com/content/asthma
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/asthma
https://www.bumrungrad.com/th/conditions/asthma#:~:text
https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/