หลอดเลือดในจอประสาทตาอุดตัน (Acute retinal vessels occlusion)
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
โรคของความผิดปกติของหลอดเลือดที่มาเลี้ยงจอตาเป็นกลุ่มโรคที่พบได้บ่อย มักพบในผู้ป่วยที่มีโรค ประจำตัวอยู่เดิม เช่น โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ท าให้เส้นเลือดเกิดภาวะตีบตัน และ ส่งผลให้เกิดเส้นเลือดจอตาอุดตันได้ในที่สุด หากมีการอุดตันของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงจอตาจะส่งผลให้จอตาขาดเลือดได้ โดยอาการและอาการแสดงของการอุดตันแต่ละ ตำแหน่งจะแตกต่างกันไปขึ้นกับเส้นเลือดใดที่ถูกอุดตัน สาเหตุของโรคเกิดจากการมีสิ่งไปอุดตันเส้นเลือดเป็นหลัก เช่นลิ่มเลือด เป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง
อาการของโรค
ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการตามัวลงข้างเดียวอย่างฉับพลันรุนแรง สามารถมัวลงได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที บางคนอาจมีอาการของตามืดบอดชั่วคราวนำมาก่อน ความชัดของสายตา (visual acuity) มักแย่ลงมากซึ่งพบได้ตั้งแต่นับนิ้วได้ (counting finger) ไปจนถึงเห็นแค่แสง (light perception) โดยมีอาการเป็นในตาข้างใดข้างหนึ่ง โดยที่ไม่มีอาการปวดตาร่วมด้วย
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยโรคใช้การซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก โดยการตรวจร่างกายที่สำคัญได้แก่การขยายม่านตาเพื่อส่องดูลักษณะของจอตาว่าเข้าได้กับการวินิจฉัยโรคหรือไม่ โดยจักษุแพทย์ การตรวจอื่นๆเช่น
- การฉีดสีเข้าไปในเส้นเลือดที่เลี้ยงจอตา (Fluorescein angiography) และทำการเอกซเรย์อย่างต่อเนื่องเพื่อดูการอุดตันของเส้นเลือด จะพบว่ามีการไหลเข้าของสีในช่วงหลอดเลือดแดงช้าลงประมาณ 5-20 วินาที
แนวทางการดูแลรักษา
แนวทางการรักษาเส้นเลือดแดงจอตาอุดตัน คือ การพยายามทำให้สิ่งที่อุดตันหลุดไปโดยการลดความดันลูกตา การเพิ่มเลือดไปเลี้ยงจอตา การขยายเส้นเลือดเพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงที่ลูกตาทั้งการใช้ยาต่างๆ หรือการทำหัตถการทางการแพทย์
- การนวดตา (ocular massage) ใช้นิ้วนวดที่ลูกตาโดยมีแนวทางจากหัวตาไปหางตา โดยออกแรงค้างไว้ 10-15 วินาที และปล่อยทันที จะทำให้มีการขยายตัวของเส้นเลือดแดงและเพิ่มเลือดหล่อเลี้ยงที่จอตา
- การทำออกซิเจนบำบัด (hyperbaric oxygen) วิธีนี้จะทำให้มีการเพิ่มของแรงดันออกซิเจนในเลือด และทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดตามมา
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
จักษุแพทย์, กุมารแพทย์ ระบบประสาท กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
โรคหลอดเลือดในจอประสาทตาอุดต้นเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ที่มีอาการเข้าได้กับโรคนี้ควรพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://eent.co.th/articles/088/ https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3137709/