ไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน (Acute Viral Hepatitis)
ตับอักเสบเฉียบพลัน ภัยคุกคามใกล้ตัว!
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย โดยปกติจะอยู่หลังกระบังลมด้านขวาของร่างกาย หน้าที่ของตับเช่น เป็นคลังสะสมอาหาร เช่น แป้ง ไขมัน โปรตีน เอาไว้ใช้ และ ปล่อยเมื่อร่างกายต้องการ, สังเคราะห์สารต่างๆ เช่น น้ำดี สารควบคุมการแข็งตัวของเลือด ฮอร์โมน และ กำจัดสารพิษหรือสิ่งแปลกปลอม เช่นเชื้อโรค หรือยา โรคไวรัสตับเสบเกิดจากการติดเชื้อตับอักเสบ ปัจจุบันมีเชื้อไวรัสตับอักเสบที่สำคัญ 5 ชนิดคือ เอ, บี, ซี, ดี, และ อี ซึ่งสามารถทำให้เกิดโรคตับอักเสบแบบเฉียบพลันได้ทั้งหมด แต่โรคตับอักเสบแบบเรื้อรังเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี, ซี, และดี เท่านั้น การติดต่อกันโดยส่วนใหญ่มักมาจาก การรับประทานเชื้อเข้าไปในร่างกาย หรือ มาจากการปนเปื้อนต่างๆได้เช่นกัน
อาการของโรค
การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบแบบเฉียบพลัน จะทำให้มีอาการคล้ายเป็นไข้หวัด คือ ไข้ ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ในตอนแรกนั้นมักจะมีอาการดังนี้
- รู้สึกเหนื่อยเพลีย
- คลื่นไส้/อาเจียน
- รู้สึกเบื่ออาหาร
- มีไข้
- มีอาการปวดบริเวณตับ (บริเวณท้องใต้ซี่โครงด้านขวา) เมื่อมีอาการดำเนินของโรคอาจจะมีอาการต่อไปนี้
- ปัสสาวะสีเข้มขึ้น ออกไปทางสีคล้ำๆ
- อุจจาระสีซีด
- ตัวเหลือง/ตาเหลือง
- คันตามตัว
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
เมื่อมีอาการที่เข้าได้กับไวรัสตับอักเสบ จะมีการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับ และ เชื้อไวรัสตับอักเสบ ซึ่งสามารถตรวจแยกของแต่ละชนิดได้ โดยถ้าตรวจพบว่าเป็นไวรัสตับอักเสบชนิด บี, ซี, หรือดี ควรตรวจเพิ่มเติมว่าเป็นแบบเรื้อรังหรือไม่ต่อไป การตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ เช่น การตรวจอัลตราซาวน์ตับ การตรวจชิ้นเนื้อตับ เป็นต้น
แนวทางการดูแลรักษา
ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ที่เป็นการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบแบบเฉียบพลัน สามารถมีอาการดีขึ้นได้เอง การรักษาเป็นแบบการรักษาเพื่อประคับประคอง แต่ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตัวตามดังข้อไปนี้ เพื่อให้ตับฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรทำงานหนักใดๆจนกว่าอาการไข้จะหายไป, กลับมาอยากอาหาร, ไม่มีอาการตัวเหลือง/ตาเหลือง
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอกอฮอล์ทุกชนิด
- หลีกเลี่ยงการทานยาที่มีผลต่อการทำงานของตับ
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหาร, กุมารแพทย์ ระบบทางเดินอาหาร กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
ผู้ป่วยที่เป็นไวรัสตับอักเสบ ควรระมัดระวังตัวเองเพื่อไม่ให้ไปแพร่เชื้อใส่ผู้อื่นและคนใกล้ชิด โดยการล้างมือบ่อยๆทุกครั้งที่มีโอกาส, แนะนำคนใกล้ชิดให้ไปฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบ, รับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/hepatitis