AGNOS FACTS EP.2
Agnos facts คือการรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจและน่าทึ่งเกี่ยวกับร่างกายและวงการแพทย์
ที่จะรู้ไว้...อวดเพื่อน หรือหาเรื่องคุยตอนปาร์ตี้!
วันนี้ Agnos จะพามาไขความลับกับสิ่งที่เราอาจไม่รู้มาก่อนว่า..ร่างกายของเราเนี่ย จริงๆแล้วทำแบบนี้ได้กับ 8 สุดยอดความลับของมนุษย์
เรามาเริ่มเลยดีกว่า !

หากเราเคยดูสารคดีตอนเด็กๆ ก็อาจจะเคยอิจฉาเจ้า
‘ชีตาห์’ หรือ ‘ม้า’ อยู่บ้าง เพราะว่าสัตว์เหล่านี้ วิ่งเร็วซะเหลือเกิน ซึ่งต่างกับเราซะเหลือเกิน ที่ถ้าต้องวิ่งแข่งเนี่ย คงแพ้ราบคาบเลยล่ะ แต่…ถึงแม้มนุษย์นั้นจะไม่ได้เป็นสัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุด แต่มนุษย์นั้น ‘เป็นสัตว์ที่วิ่งได้ไกลที่สุด’
หรือแปลได้ว่า…แข่งความเร็วอาจไม่ชนะ แต่หากแข่งความอึด ถึก ทนล่ะก็ มนุษย์อาจมีสิทธิชนะมากกว่าสัตว์บกตัวอื่นๆนั่นเอง
เนื่องจากมนุษย์มีขนตามร่างกายที่น้อยกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ อย่าง สุนัข หรือชีตาห์ จึงทำให้มนุษย์สามารถขับเหงื่อเพื่อระบายความร้อนได้ดี
นอกจากนี้โครงสร้างของปอดและมัดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่อ ยังเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้มนุษย์ชนะในการแข่งวิ่งระยะไกลได้นั่นเอง

รู้หรือไม่ว่าสมองของเรานั้น มีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 1,200 - 1450 กรัม นับเป็น 2% ของน้ำหนักร่างหายทั้งหมดของเรา ถือได้ว่าน้อยมากๆ หากเทียบกับองค์ประกอบอื่นๆ เช่น กระดูก (~20% ของน้ำหนักร่างกาย) และกล้ามเนื้อ (~40% ของน้ำหนักร่างกาย)
แต่รู้หรือไม่ว่า..สมองใช้เลือดและออกซิเจนมากถึง 20% ของร่างกาย
รู้หรือไม่ว่าสมองของเรานั้น มีน้ำหนักเฉลี่ยเพียง 1,200 - 1450 กรัม นับเป็น 2% ของน้ำหนักร่างหายทั้งหมดของเรา ถือได้ว่าน้อยมากๆ หากเทียบกับองค์ประกอบอื่นๆ เช่น กระดูก (~20% ของน้ำหนักร่างกาย) และกล้ามเนื้อ (~40% ของน้ำหนักร่างกาย)
แต่รู้หรือไม่ว่า..สมองใช้เลือดและออกซิเจนมากถึง 20% ของร่างกาย

หลายๆคนคงจะเคยเจอเหตุการณ์ที่แสนจะอึดอัดอย่าง การจามในที่ประชุมหรือในสถานการณ์ที่มันไม่ควรมีเสียงใดๆทั้งนั้น
ของแบบนี้…ก็อาจยากที่จะห้ามแต่รู้หรือไม่ว่าการกลั้นจามก็อาจส่งผลถึงชีวิตได้
มีรายงานจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เมืองเลสเตอร์ของสหราชอาณาจักร ได้บอกว่า มีชายคนหนึ่งเข้ามาพบแพทย์เนื่องจากเขามีอาการเจ็บคอรุนแรงแบบฉับพลัน ไม่สามารถกลืนอาหารได้ และเปล่งเสียงออกมาได้ยาก
นอกจากนี้เขายังได้บอกอีกว่า เขารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรแตกในคอ หลังจากที่เขาพยายาม กลั้นจาม โดยการปิดปากและจมูก
หลังจากการตรวจแพทย์ได้พบว่าเนื้อเยื่ออ่อนโดยรอบของท่อลมและหลอดลมมีรอยฉีกขาด
แพทย์ได้กล่าวอีกว่าการกลั้นจากนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ควรปล่อยออกมาตามธรรมชาติ เพราะนอกจากอาจทำลา หลอดลมแล้ว ยังอาจทำให้หู เส้นเลือดในสมองแตกได้เช่นกัน
เพราะฉะนั้น จะจามก็จามเลย ไม่ต้องอาย ! ( แต่อย่าลืมปิดปากด้วยน้าา)

รู้หรือไม่ว่ามนุษย์มีกล้ามเนื้อมากกว่า 600 มัดเลยทีเดียว และแค่บนในหน้าของเราเนี่ย ก็ปาไป 57 มัดแล้ว
กล้ามเนื้อที่ต้องทำงานหนักที่สุดคงจะไม่พ้น หัวใจ ของเรา
แต่รู้หรือไม่ว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนของเราที่ทำงานยุ่งมากในแต่ละวัน ? คำตอบคือ กล้ามเนื้อตานั่นเอง เนื่องจากเพราะในขณะที่เรากำลังเล่นมือถือ หรือจ้องอะไรซักอย่างอยู่นั้น กล้ามเนื้อตาต้องทำงานประสานกันกว่า 10,000 การเคลื่อนไหล เพื่อให้เรามองเห็นได้ชัดขึ้นนั่นเอง

แน่นอนว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับข้อเสียของการกินกาแฟและชามามากอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นคาเฟอีน อาจทำให้เป็นเบาหวาน และโรคอื่นๆที่ตามมาอีกมากมาย
แต่รู้หรือไม่ว่าหากเราดื่มในปริมาณที่พอเหมาะแบบไม่มีน้ำตาล อาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองและภาวะสมองเสื่อมได้
ข้อมูลของ ยูเค ไบโอแบงก์ (UK Biobank) รายงานว่า จากการทดลองที่มีผู้เข้าร่วม จำนวน 365,682 คน (อายุ50-74ปี) โดยติดตามผลเป็นระยะเวลา 11.4ปี พบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟและชามีความเสี่ยงในการเกิดสองโรคนี้ต่ำสุดนั่นเอง
นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของประเภทของกาแฟและโรคหลอดเลือดสมองและภาวะสมองเสื่อมด้วย
โดยพบว่าผู้ดื่มกาแฟบดอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่ลดลงในการเกิดภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมอง

อย่างที่เรารู้กัยว่า…การเล่นโทรศัพท์ในที่มืด หรือก่อนนอนนอกจากจะทำลายสายตาเราแล้ว ยังอาจส่งผลต่อการนอนหลับและตื่นนอนอีกด้วย
เนื่องจากแสงสีฟ้าลดการผลิตเมลาโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกสร้างโดยสมอง ช่วยให้เราง่วงนอนและหลับนั่นเอง

ประโยคที่ว่า ‘เครียดจนผมร่วงหมดหัว’ เนี่ย เป็นอีกหนึ่งประโยคที่หลายๆคนอาจคิดว่าเป็นประโยคที่ใช้ล้อเล่นเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว ประโยคนี้เนี่ย..มันเป็นเรื่องจริง ไม่ได้คิดไปเอง
โดยเมื่อเราเครียด เราจะปล่อยฮอร์โมนที่เรียกว่า ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งอาจไปประทบการเติบโตของเส้นผม
**ปกติแล้วผมของเราจะร่วงประมาณ 50 เส้นต่อวัน แต่หากร่วงมากถึง 100 เส้น หรือมากกว่านั้น อาจเข้าข่ายผลร่วง

แมกนีเซียม (Magnesium) ช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนได้ !
ปวดหัวไมเกรนเกิดจากการขยายและหดลงของหลอดเลือดในสมองที่ผิดปกติ และแมกนีเซียมขึ้นชื่อในเรื่องของการลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อของหลอดเลือดนั่นเอง
โดยอาหารที่มีแมกนีเซียมสูงได้แก่
- ถั่วและเมล็ดพืช เช่น ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา
- ผักใบเขียว เช่น คะน้า ตำลึง
- ปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาเก๋า ปลาทู
- ผลิตภัทฑ์นม เช่น นม โยเกิร์ต
- ดาร์กช็อกโกแลต
อ้างอิง :
https://www.blockdit.com/posts/607a99aa2e63900256564155
https://th.wikipedia.org/wiki
https://th.wikipedia.org/wiki/
https://www.bbc.com/thai/international-42764008#
https://www.dailynews.co.th/news/776593/
https://www.pravinia.net
https://www.trueplookpanya.com/dhamma/content/81739
https://www.beartai.com/article/tech-article/94932
https://www.megawecare.co.th/content/4722/hair-loss-cause-stress
https://www.pobpad.com/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9