Agnos Health ได้นำเสนอ “นโยบายระบบการแพทย์ในยุค 4.0” ในการประชุมสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ครั้งที่ 3/2566 ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร

Agnos BKK AI Bangkok Council สภากทม

10 กันยายน 2566, ภายในการเปิดสภาเมืองคนรุ่นใหม่ครั้งที่ 3/2566 ได้มีการชี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และการนำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาจากผู้ประกอบการที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯให้ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมสุขภาวะเยาวชน , การช่วยเหลือกลุ่มคนที่อยากจะทำเรื่องดีๆเพื่อสังคม และระบบการบริการทางการแพทย์ในยุค 4.0 นอกจากการนำเสนอนโยบายแล้วยังมีการเปิดโอกาศให้ทางผู้ประกอบการได้ทำความรู้จักกับ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่ได้นำเสนอจากแต่ละทีมเพื่อที่จะสามารถสานต่อนโยบายต่อไป

สภาเมืองคนรุ่นใหม่ คือ กระบวนการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงเมือง เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ (15-35 ปี) ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มาร่วมเสนอนโยบายร่วมกับผู้บริหารและหน่วยงาน กทม. ร่วมถึงช่วยผลักดันข้อเสนอที่เป็นไปได้สู่การปฎิบัติจริง

ดร.ปพนวิช ชัยวัฒโนดม CEO - Agnos health ได้ชี้ถึงภาพรวมของปัญหาในระบบสาธารณสุขของไทยที่ทำให้โรงพยาบาลรัฐเกิดความแออัด   เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ (1) ปริมาณคนไข้ที่โรงพยาบาลมากเกินความจำเป็น โดยอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขพบว่า คนไทยเข้ารับบริการในโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นกว่า ร้อยละ 60 ตัวอย่างเช่น อาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ไข้ ไอ เจ็บคอ ท้องเสีย   อย่างไรก็ดีคนไทยจำนวนมากยังไม่มีความรู้ด้านสุขภาพเพียงพอในการดูแลสุขภาพด้วยตนเองทำให้ยังต้องเข้าปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อความสบายใจ (2) จำนวนแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐมีจำนวนไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล อ้างอิงตัวเลขภาพรวมประเทศที่ ประชากร 2000 คน ต่อ แพทย์ 1 คน   ซึ่งปัญหาเหล่านี้เองหลายหน่วยงานรัฐรวมถึงกรุงเทพมหานครเองก็ได้พยายามหาตัวช่วยมาลดความแออัด เช่น การสร้างแอปพลิเคชั่นหมอกทม. เพื่อให้คนไข้สามารถจองแพทย์ได้ ลดความแออัด หรือ การใช้ การแพทย์ทางไกล หรือ telemedicine เพื่อให้บริการประชาชน แต่เมื่อทดลองใช้จริงแล้ว ปัจจุบันแอปพลิเคชันยังไม่สามารถุใช้จองแพทย์ได้จริง และ การแพทย์ทางไกล ก็ยังต้องใช้แพทย์เพื่อให้บริการทำให้ไม่สามารถลดปริมานงานที่ล้นมือของแพทย์ได้

ดร. ปพนวิช ได้นำเสนอระบบแพทย์ทางไกล 4.0 โดยใช้ระบบคัดกรองโรคและระบบแนะนำยาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้แพทย์สามารถเห็นอาการป่วยของคนไข้ที่ผ่านการซักประวัติโดย AI ได้อย่างรวดเร็ว หากแพทย์มีข้อสอบถามเพิ่มเติมสามารถถามข้อมูลคนไข้เพิ่มเติมได้ผ่านระบบแชท นอกจากนี้ระบบจะทำให้การออกอนุมัติใบสั่งยาและออกใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยการ กรอกข้อมูลเบื้องต้นไว้ให้แพทย์ได้เลยโดยอัตโนมัติ กระบวนการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระการทำงานของแพทย์ในการดูแลผู้ป่วยทางไกล และ ลดความผิดพลาดจากการวินิจฉัยโรค

รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช - รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ความสนใจในระบบแพทย์ทางไกล 4.0 ที่มีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลนอยู่ กล่าวเสริมอีกว่า โรงพยาบาลในสังกัด สำนักการแพทย์ นั้น รองรับผู้ป่วย 4 ล้านคน แต่มีจำนวนแพทย์ไม่ถึง 700 คน ทำให้อัตราจำนวนแพทย์ต่อจำนวนคนไข้ อยู่ที่ประมาน 6000 คน ต่อแพทย์ 1 คน ทำให้ขาดแคลนปริมาณแพทย์เป็นอย่างมาก จึงได้นัดหมายปรึกษาหารือในการที่จะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัท Agnos health เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการให้บริการของกรุงเทพมหานคร ในอนาคต รวมถึงการพัฒนาระบบร่วมกันเพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนในกรุงเทพมหานคร

ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง - ผอ. สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ระบบแอปพลิเคชัน หมอกทม. ยังมีข้อจำกัดในการจองแพทย์อยู่จริง และ รับเรื่องไปปรับปรุงในเรื่องการใช้งานของระบบแอปพลิเคชัน ทั้งนี้มีความยินดีหาก บริษัท Agnos health จะเข้าไปช่วยพัฒนาปรับปรุงระบบ แอปพลิเคชัน ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ร่วมกับทีมพัฒนาในปัจจุบัน

สำหรับองค์กรที่สนใจอยากจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสาธารณสุขสามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Agnos business contact form (clickup.com)

สภากทม
การแพทย์ 4.0
สสส สปสช กทม
ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่ากรุงเทพ