Agnos Health ร่วมเวที “AI for Better Health” ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร สะท้อนบทบาท AI ต่ออนาคตการดูแลสุขภาพไทย

Agnos Health ร่วมเวที “AI for Better Health” ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร สะท้อนบทบาท AI ต่ออนาคตการดูแลสุขภาพไทย

Agnos Health สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์สัญชาติไทย ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน KMCH–KMITL Open House 2026 ในงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” (KMITL Expo 2026) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 ณ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (KMCH) กรุงเทพมหานคร โดย ดร.ปพนวิช ชัยวัฒโนดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Agnos Health ได้รับเชิญขึ้นเวทีเสวนาหัวข้อ “AI for Better Health – ปัญญาประดิษฐ์กับอนาคตการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิต” ร่วมกับ นพ.ธนกฤต ลัคนากาล แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ผู้ดำเนินรายการ

งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Advancing Integrated Health and Wellness for Sustainable Well-being” หรือ “พลังนวัตกรรมขับเคลื่อนสุขภาพ เพื่อการเป็นอยู่ที่ยั่งยืน” รวบรวมทั้งเวทีประกวดนวัตกรรม Health Innovation & Technology Award (HIT Award) 2026 กิจกรรมเชิงปฏิบัติการด้านการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR Workshop) และซีรีส์เสวนา Mini Talk ตลอด 6 วัน ครอบคลุมหลากหลายมิติของสุขภาพ ตั้งแต่อาหารแห่งอนาคต สุขภาพกายและใจ นวัตกรรมการแพทย์และชีววิทยา ไปจนถึงการออกแบบเมืองเพื่อสุขภาวะที่ดี

AI ในระบบสุขภาพไทย จาก “ไม่มีใครเชื่อ” สู่ “ทุกโรงพยาบาลต้องพูดถึง”

บนเวที ดร.ปพนวิช ได้สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของ AI ในวงการสุขภาพตลอด 8 ปีที่ผ่านมา นับจากวันที่ Agnos เริ่มต้นพัฒนา Symptom Checker ในยุคก่อนที่เครื่องมืออย่าง ChatGPT จะถือกำเนิด พร้อมชี้ว่าปัจจุบัน AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในหลายระดับ โดยอธิบายบทบาทของ AI ในกระบวนการดูแลสุขภาพ 5 ด้าน ได้แก่ การป้องกัน (Prevention) เช่น อุปกรณ์สวมใส่ที่ตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การคัดกรอง (Screening) เช่น การคัดกรองวัณโรคและภาวะสมองเสื่อม การวินิจฉัย (Diagnosis) ในงานรังสีวิทยา การเลือกแนวทางการรักษา (Treatment) ด้วยข้อมูลพันธุกรรม และการติดตามอาการ (Monitoring) ของผู้ป่วยที่บ้าน

Agnos Joins AI for Better Health   at King Mongkut Chaokhunthahan Hospital

ด้าน นพ.ธนกฤต ลัคนากาล ในฐานะแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน ได้ร่วมสะท้อนมุมมองจากหน้างานจริงว่า เทคโนโลยีอย่างอุปกรณ์สวมใส่ที่แจ้งเตือนความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ ช่วยให้ผู้ป่วยเข้ารับการตรวจและนำไปสู่การรักษาได้เร็วขึ้น พร้อมเน้นว่าอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น และยังต้องตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลเพื่อประกอบการวินิจฉัยและวางแนวทางรักษา

ใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ ควบคู่กับความรู้พื้นฐาน

“ข้อเสียของ AI คือ มันไม่รู้ว่าตัวเองผิด และในเรื่องสุขภาพ ความแม่นยำ 70–80% ยังไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจพื้นฐานอย่างแท้จริง ใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ และไม่กลายเป็นทาสของมัน”
— ดร.ปพนวิช ชัยวัฒโนดม, CEO & Co-founder, Agnos Health

ดร.ปพนวิช ยังกล่าวถึงความท้าทายของการเรียนรู้ในยุค AI โดยยกตัวอย่างจากประสบการณ์รับสมัครงานว่า ผู้สมัครบางรายส่งงานที่จัดทำด้วย AI ได้อย่างดี แต่กลับไม่สามารถอธิบายที่มาหรือเหตุผลของงานเมื่อสัมภาษณ์ จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของความรู้พื้นฐานและการคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง

ด้าน นพ.ธนกฤต ได้สะท้อนประสบการณ์จากการสอนนักศึกษาแพทย์และดูแลแพทย์ใช้ทุนว่า การพึ่งพา AI โดยขาดการฝึกคิดอาจกระทบต่อทักษะการวิเคราะห์ผู้ป่วย พร้อมเสนอว่า การพัฒนาบุคลากรควรมุ่งให้แพทย์มีความรู้พื้นฐานที่แข็งแรงและสามารถประยุกต์ใช้ AI กับการแพทย์ได้อย่างเหมาะสม

เมื่อกล่าวถึงอนาคต ดร.ปพนวิช ยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการนำ AI มาสนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาล การดูแลเชิงป้องกัน และการติดตามผู้ป่วยที่บ้าน โดยเน้นว่าแพทย์ยังมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจและดูแลผู้ป่วย

การร่วมเวทีในครั้งนี้สะท้อนความสำคัญของการนำ AI มาใช้ควบคู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานและการดูแลผู้ป่วย ซึ่งเป็นแนวทางที่ Agnos Health ยึดถือในการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย และสอดคล้องกับแนวคิดของงานในการนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนสุขภาวะที่ยั่งยืน

Agnos Joins AI for Better Health   at King Mongkut Chaokhunthahan Hospital