หลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติ (Angiodysplasia)

หลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติ
(Angiodysplasia)

เคยสังเกตสีอุจจาระของเราหรือเปล่า?สีแดง หรือสีคล้ำ ปกติมั้ย?

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

หลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติ คือ การที่หลอดเลือดต่างๆเจริญผิดปกติเกินไป สามารถเรียกอีกอย่างได้ว่า โรคหลอดเลือด เอ วี เอ็ม (arteriovenous malformations: AVM) ระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal tract : GI tract) เป็นคำเรียกรวมทั้งหมดของอวัยวะที่ใช้ในการย่อยอาหาร หลอดเลือดที่เจริญที่ผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เราจะเรียกว่า หลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติ (Angiodysplasia) เมื่อใดก็ตามที่หลอดเลือดเจริญผิดปกติ สามารถทำให้เกิดความผิดปกติได้ง่าย กล่าวคือ เลือดออกได้ง่ายมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการของอาเจียนเป็นเลือด หรือ ถ่ายเป็นเลือดได้

อาการของโรค

อาการของโรคหลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติขึ้นอยู่กับว่า หลอดเลือดที่ผิดปกติมีอาการแตกและเลือดออกมาในระบบทางเดินอาหารหรือไม่ ถ้าไม่มีอาการเลือดออกจากหลอดเลือดที่ผิดปกติ ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการและมักจะตรวจพบจากการตรวจอื่นโดยบังเอิญ

ถ้ามีการแตกและเลือดออกจากหลอดเลือดที่เจริญผิดปกติ ผู้ป่วยอาจจะสังเกตุหรือ ไม่สังเกตุเลือดที่ออกนั้นก็ได้ เนื่องจากเลือดที่ออกอาจจะออกน้อยมากจนไม่ได้สังเกตุ หรือค่อยๆเลือดออกจนไม่สังเกตุ บางครั้งการที่เลือดออกต่อเนื่องโดยไม่หยุด อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการซีด (Anemia) ได้ ซึ่งจะมีอาการเพลีย, อ่อนแรง และหน้ามืดได้

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

การตรวจวินิจฉัยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเส้นเลือดที่เจริญผิดปกติ ในระบบอาหาร

  • การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Upper endoscopy) เป็นการตรวจที่นำกล้องเข้าไปทางปาก เพื่อดูส่วนของหลอดอาหาร, กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็กส่วนดูโอดีนัม
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นการส่องกล้องเข้าไปทางทวารหนัก เพื่อเข้าไปดูลักษณะภายในลำไส้ใหญ่ทั้งหมด
  • การตรวจด้วยวิธีกล้องแคปซูล (Capsule endoscopy) เป็นการตรวจที่ใช้กล้องขนาดเล็กขนาดเท่าเม็ดยา โดยการให้ผู้ตรวจกลืนกล้องลงไปแล้วจึงนำภาพที่บันทึกมาวิเคราะห์ต่อไป
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)

แนวทางการดูแลรักษา

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่จะต้องการการรักษาก็ต่อเมื่อมีอาการ กล่าวคือมีอาการเลือดออก หรือ มีอาการเลือดออกที่ไม่รู้ตัวแต่มีภาวะซีดจากอาการเลือดออกนั้นๆ การรักษาจะเน้นไปที่การหยุดเลือดออก โดยวิธีต่างๆดังต่อไปนี้

  • การทำหัตถการการฉีดสีทางเส้นเลือด (Angiography) เพื่อหยุดเส้นเลือดที่กำลังมีเลือดออกนั้นๆ
  • การส่องกล้องทางเดินอาหารลำไส้เล็ก (Enteroscopy) เหมือนการทำการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน แต่แพทย์จะทำการใส่ท่อเข้าไปในลำไส้เล็กเพิ่มเติม
  • การผ่าตัด (Surgery) จะพิจารณาในกรณีที่ผู้ป่วยมีเลือดออกปริมาณมาก และอาการรุนแรง
  • ผู้ป่วยที่มีอาการซีด และ เลือดออกปริมาณมากอาจต้องการการทานยาเพื่อทดแทน เช่น ยาธาตุเหล็ก หรือการให้เลือดทดแทน เป็นต้น

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหาร, กุมารแพทย์ ระบบทางเดินอาหาร กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

ผู้ที่เริ่มมีอาการของเลือดออกทางเดินอาหาร เช่น อาเจียนเป็นเลือด, ถ่ายเป็นเลือด, ถ่ายสีดำเข้ม หรือ ถ่ายเป็นลักษณะสีคล้ายถ่าน หรือ มีอาการของภาวะซีด เช่น เพลีย, อ่อนแรง, หน้ามืด ควรเข้าไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและหาสาเหตุเพื่อทำการแก้ไขต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://med.tu.ac.th/department/surgery/wp-content/uploads/sites/3/2018/11/Surgical-Aspect-of-LGIB.pdf