ความเสี่ยงโรควิตกกังวล (Anxiety disorder)

ความเสี่ยงโรควิตกกังวล (Anxiety disorder)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) คือ โรคทางจิตใจที่มีความรุนแรงกว่าความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งโรควิตกกังวลอาจส่งผลทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การเรียนหนังสือ และการรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมก็สามารถจัดการกับอาการและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ โรควิตกกังวลมีอยู่ 6 ประเภท คือ โรคแพนิค (Panic Disorder) โรคกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder: GAD) โรคกลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety Disorder) โรคกลัวแบบจำเพาะ (Specific Phobias) โรคย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder: OCD) และโรคเครียดหลังเหตุสะเทือนใจ (Post-Traumatic Stress Disorder: PTSD)

อาการของโรค

สำหรับโรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) ผู้ป่วยมักจะมีอาการ คือ

  • คิดมากหรือคาดคะเนถึงเหตุการณ์ร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว ส่งผลให้รู้สึกวิตกกังวล โดยมักจะไม่สามารถควบคุมความวิตกกังวลนี้ได้ อาการร่วมอื่นๆที่มักจะพบร่วม ได้แก่
  • อารมณ์หงุดหงิดง่าย
  • คลื่นไส้ ท้องเสีย ลำไส้แปรปรวน
  • มีอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • ความตึงเครียดที่เกิดขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อตึงหรือปวดกล้ามเนื้อร่วมด้วย
  • นอนไม่หลับ
  • รู้สึกกระสับกระส่าย
  • ขาดสมาธิในการทำสิ่งต่างๆ หรือมีอาการใจลอย อาการต่างๆ จะดำเนินอยู่อย่างน้อย 6 เดือน

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

แพทย์จะสอบถามอาการและประวัติความเจ็บป่วย ตรวจร่างกายเพื่อแยกโรคอื่นๆที่มีอาการคล้ายโรควิตกกังวล รวมถึงพูดคุยหรือใช้เครื่องมือในการประเมินโรคทางจิตเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยเป็นโรควิตกกังวล ไม่ได้เป็นโรคทางจิตอื่นๆ เช่น โรคซึมเศร้า ที่มีอาการคล้ายคลึงกัน

แนวทางการดูแลรักษา

การรักษาโรควิตกกังวลขึ้นอยู่กับประเภทของโรค การรักษาหลักคือ การพูดคุยให้คำปรึกษาด้วยการรับฟัง แสดงความเห็นใจและให้คำอธิบาย การทำจิตบำบัด การบำบัดโดยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy : CBT) และการรักษาด้วยยาซึ่งมียาหลายกลุ่มที่สามารถกินเพื่อลดอาการวิตกกังวล

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

จิตแพทย์, จิตแพทย์เด็ก กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

โรควิตกกังวลเป็นภาวะที่อาจทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน เรียนหนังสือ หากไม่ได้รับการรักษาอาจเพิ่มความเสี่ยงที่รุนแรงต่างๆ เช่น ภาวะซีมเศร้า การใช้สารเสพติด หรือการฆ่าตัวตาย โดยหากผู้ป่วยเริ่มรู้ตัวว่าตนเองมีความคิดในการฆ่าตัวตาย ควรรีบขอรับความช่วยเหลือจากแพทย์โดยเร็ว

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30145#:~:text=โรควิตกกังวล%20(Anxiety%20Disorder,ได้ในชีวิตประจำวัน    https://www.bumrungrad.com/th/conditions/anxiety-disorder