Blue Monday วันที่เศร้าที่สุดของปี
‘BLUE MONDAY’ ถูกเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘วันที่เศร้าที่สุดของปี’ ส่วนใหญ่ตรงกับอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนมกราคมในทุกๆปี (สามารถเป็นอาทิตย์ที่ 4 ได้) แต่ทำไมกันหล่ะ? เพิ่งผ่านปีใหม่มาแค่สามอาทิตย์เอง ก็เศร้ากันแล้ว?

เหตุผลง่ายๆคือ มันเป็นช่วงเวลาที่ผ่านวันหยุดยาว ที่เราได้ฉลองกัน ไม่ว่าจะเป็น วันคริสมาสต์ หรือ วันหยุดยาวปีใหม่ หลายๆคนได้ไปเที่ยว ทำกิจกรรมที่เราอยากทำ ดื่มสังสรรค์แบบสุดเวี่ยงจนกระเป๋าฉีก แต่เมื่อช่วงเวลาแสนสุขเหล่านั้นจบลง เราทุกคนคงต้องกลับสู่โลกความเป็นจริง คือการกลับไปทำงานที่แสนจะเหนื่อยและน่าเบื่ออีกครั้ง รวมถึงเหตุผลที่ใครหลายๆคนก็คงเข้าใจอย่าง ‘อาการเกลียดวันจันทร์’ เพราะมันคือวันแรกของสัปดาห์การทำงานนั่นเอง
แน่นอนว่ามันมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ช่วงเวลานี้ เป็น วันที่เศร้าที่สุดของปี เช่น สภาพอากาศที่หนาว และอึมครึม เงินที่เราที่เราได้ใช้ไปในช่วงวันหยุดอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งกลับมาตอกย้ำเราในรูปบิลบัตรเครดิต หรือจะเป็นการได้นอนขี้เกียจอยู่บ้านมาตั้งหลายวัน รวมๆเหตุผลเหล่านี้เข้าด้วยกันก็หลายเป็น ‘วันสุดเศร้าของเหล่าผู้คน’ กันเลยที่เดียว
แต่ว่า! Blue Monday นั้น ไม่มีหลักฐานทางวิทาศาสตร์มาลองรับใดๆเลย มันเป็นเพียงวิจัยเล็กๆ ของบริษัทท่องเที่ยงของ UK ที่ชื่อว่า Sky Travel และได้ออกมาประชาสัมพันธุ์ครั้งแรกเกี่ยวกับ Blue Monday ในปี 2548 โดยพวกเขาใช้สมการตัวเลขในการคิดวันออกมา โดยคำนึงถึงหลายๆปัจจัย เช่น สภาพอากาศ เวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว เวลาในการนอน และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย และมีผลเฉพาะกับประเทศในแทบซีกโลกเหนือเท่านั้น
และแน่นอนว่า ด้วยข้อมูลที่ไม่มากพอ และไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็น ทำให้มีหลายๆคนไม่เห็นด้วยกับ วัน Blue Monday นั่นรวมถึง องค์กรการกุศลที่ทำงานด้านสุขภาพจิต ได้กล่าวไว้ว่า มันเป็นแนวคิดที่ไม่มีหลักฐานหรือผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ พวกเขาคิดว่ามันไม่ถูกและไม่ควรที่จะพูดแบบนี้ เพราะ ’อาการซึมเศร้าที่เกิดกับสภาพจิตใจคน มันไม่ได้ถูกกำหนดด้วยวันที่’ นอกจากนั้น Blue Monday ก็ยังสร้างความเข้าใจผิดมากมายให้กับอาการซึมเศร้า สมาคมอาสาสมัครที่ทำงานด้านการเยียวยาผู้ป่วยซึมเศร้าประจำสหราชอาณาจักร (Samaritans) พยายามจะผลักดันให้ Blue Monday เป็น Brew Monday แทน เปลี่ยนวันเศร้าๆ ให้เป็นวันแห่งความสุขแทน เพื่อผู้คนได้พูดคุยกันในเรื่องที่ทำให้มีความสุขนั่นเอง
งั้น Blue Monday ก็ไม่มีความหมายน่ะสิ?!
แต่ในแต่.. แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่ Blue Monday ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นในโซเชียลมีเดียทุกปี เพราะวันเศร้าๆ เหงาๆนี้มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอย่างที่บอก ‘สภาพจิตใจคน มันไม่ได้ถูกกำหนดด้วยวันที่’
ในปี 2020 สมาคม Samaritans แจกถ้วยชาตามสถานีรถไฟ เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาดื่มชากับคนในสำนักงานที่อาจรู้สึกเศร้าหรือเหงา
พวกเขากล่าวว่า "เพียงกาต้มน้ำและถ้วยชานี่อาจสร้างความแตกต่างอย่างมาก ในชีวิตของใครบางคน"
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมดหรือไม่ อย่างน้อย Blue Monday ก็ให้ความสำคัญกับความเหงาและทำให้ผู้คนพูดถึงภาวะซึมเศร้าแม้เพียงชั่วครู่ก็ตาม
ภาวะซึมเศร้าอยู่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด รู้ก่อนก็รักษาได้ก่อน
เช็กอาการซึมเศร้าของคุณหรือคนใกล้ตัวได้แล้วที่ Agnos เช็กอาการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
อ้างอิง
https://en.wikipedia.org/wiki/Blue_Monday_(date)
https://tonkit360.com/60884
https://www.scotsman.com/health/blue-monday-2021-what-is-it-why-is-it-today-and-the-meaning-behind-the-most-depressing-day-of-the-year-3088800