Burnout Syndrome ภาวะหมดไฟ ไม่ใช่ไม่อดทน ! ภาวะหมดไฟที่อาจนำไปสู่การสูญเสีย

Burnout Syndrome ภาวะหมดไฟ ไม่ใช่ไม่อดทน ! ภาวะหมดไฟที่อาจนำไปสู่การสูญเสีย

ภาวะหมดไฟ หรือ Burnout Syndrome เป็นอีกหนึ่งคำที่เราได้ยินบ่อยมากในช่วงหลังๆ โดยเฉพาะในที่ทำงาน

แต่จริงๆแล้ว Burnout Syndrome คืออะไรกันแน่ ? ต้องเป็นอะไร อาการเป็นยังไง ถึงเรียกว่า Burnout Syndrome ?

วันนี้ Agnos พามารู้จักกับอีกหนึ่งภาวะสุดอันตรายในออฟฟิศกัน !

Burnout Syndrome คืออะไร ?

Burnout Syndrome หรือ ภาวะหมดไฟ คือ ภาวะการเปลี่ยนแปลงของจิตใจ ที่เกิดขึ้นจากความเครียดสะสมในที่ทำงาน โดยที่ความเครียดเหล่านั้น ไม่ได้ถูกจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยทาง WHO องค์การอนามัยโลกยังได้บอกว่า Burnout Syndrome นั้นเป็นผลมาจากความเครียดเรื้อรังจากสถานที่ทำงาน ควรได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง เพราะหากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลถึงชีวิตได้


ประเภทของ Burnout Syndrome

ภาวะหมดไฟ หรือ Burnout Syndrome สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ :

  • เหนื่อยล้าทางอารมณ์ หมดพลัง
  • มีความคิดด้านลบต่อตัวเองและความสามารถในการทำงานของตัวเอง ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง
  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เริ่มตีตัวออกห่างจากเพื่อนร่วมงาน

ถ้าถามถึงสาเหตุของ Burnout Syndrome หรือ ภาวะหมดไฟ ก็คงหนีไม่พ้น “ความเครียด” จากภาระการทำงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งานที่หนักเกินไป งานมีความซับซ้อน หรือว่าทำงานที่ตัวเองไม่ถนัด กดดันตัวเอง


แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเรามี Burnout Syndrome ?

เช็กลิสอาการของ Burnout Syndrome

  • รู้สึกซึมเศร้า หดหู่
  • หงุดหงิดง่าย
  • วิตกกังวล
  • อารมณ์แปรปรวน
  • ไม่พอใจในงาน
  • มีความคิดในแง่ร้ายต่อคนอื่น
  • ระแวง โทษคนอื่น
  • ไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง
  • หนีปัญหา
  • ไม่อยากไปทำงาน
  • ไม่มีสมาธิ
  • บริหารเวลาไม่ได้ เช่น มาสายติดกันหลายๆวัน
  • ไม่มีความสุขในการทำงาน
  • นอนไม่หลับ
  • ปวดหัว ปวดตามตัว

ระยะของภาวะหมดไฟ Burnout Syndrome

ภาวะหมดไฟ ไม่ได้เกิดขึ้นภายในคืนเดียว แต่ค่อยๆสะสมมาเรื่อยๆ โดยหากแบ่งตาม Miller and Smith (1993) ได้แบ่งภาวะหมดไฟไว้ 5 ขั้น

  1. ระยะฮันนีมูน (Honeymoon)

เป็นช่วงที่คนทำงานจะตั้งใจมาก เพื่อปรับตัวเข้ากับสถานที่ทำงาน

2. ระยะรู้สึกตัว (The Awakening)

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ทำงานอาจเริ่มรู้สึกเหนื่อยและรู้สึกว่าสิ่งที่คาดหวังนั้น ไม่ตรงกับความเป็นจริง

3. ระยะไฟตก (Brownout)

ผู้ทำงานอาจรู้สึกเหนื่อยล้าเป็นเวลานาน เรื้อรัง หงุดหงิดง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อาจส่งผลให้ความสามารถในการทำงานน้อยลง

4. ระยะหมดไฟเต็มที่ (Full Scale of Burnout)

เมื่อถึงขั้นนี้แล้ว อาจทำให้เริ่มรู้สึกมากกว่าเหนื่อย อาจทำให้รู้สึกถึงขั้น คิดว่าตัวเองนั้น ล้มเหลว สูญเสียความมั่นใจ เรียกได้เลยว่า เข้าขั้นมี ภาวะหมดไฟเรียบร้อยแล้ว

5. ระยะฟื้นตัว (The Phoenix Phenomenon)

หากผู้ที่ทำงานได้ผ่อนคลายบ้าง และพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก็สามารถกลับมาเป็นปกติได้


ภาวะหมดไฟ Vs โรคซึมเศร้า

เนื่องจากอาการของภาวะหมดไฟนั้น คล้ายกับสัญญาณของโรคซึมเศร้ามากๆ จึงทำให้หลายๆคนเข้าใจผิดว่าการที่ตัวเองมีอาการเหล่านี้ เราอาจเป็นโรคซึมเศร้า

การที่เราเป็นภาวะหมดไฟ ไม่ได้แปลว่าเราต้องเป็นโรคซึมเศร้าเสมอไป แต่ . . . ภาวะหมดไฟทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ เช่นเดียวกับโรคซึมเศร้า หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

ถึงแม้จะไม่ใช่โรคเดียวกัน แต่การเป็นภาวะหมดไฟเป็นเวลานานอาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงโรคซึมเศร้าได้

เพราะ Agnos ให้ความสำคัญ

หากมีอาการที่กังวล หรือรู้สึกไม่สบายใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Agnos เพื่อทำการวิเคราะห์อาการเบื้องต้น ฟรี 24 ชม. ไม่ว่าจะดึกขนาดไหน ถ้าไม่สบายใจ สามารถเข้ามาถามเราก่อนได้ เสมือนมีเพื่อนเป็นหมอ ไม่ว่าจะเป็นอาการทางใจ หรืออาการทางกาย

โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ที่ https://agnoshealth.app.link/FFfeMvF1Nsb

นอกจากนี้ทาง Agnos กำลังจะมีโปรแกรมตรวจสุขภาพใจสำหรับองค์กรณ์ เพื่อป้องกันภาวะหมดไฟรวมถึงความเสี่ยงจากโรคทางจิตใจอื่น ๆ เช่นเดียวกัน


ทำยังไงดี ถ้าเราสงสัยว่าตัวเองมีภาวะหมดไฟ ?

ภาวะหมดไฟที่ไม่รุนแรงอาจหายไปเองได้ แต่หากเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น เช่น นอนไม่หลับ มีความวิตกกังวลมาก ระแวง และมีความคิดทำร้ายตัวเอง ควรรีบมาปรึกษาแพทย์ทันที

หรือหากไม่สบายใจก็สามารถมาปรึกษาแพทย์ได้ทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงทุกประการ

วิธีการลดปัจจัยเสี่ยงอย่าง การออกกำลังกายเป็นประจำ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยังใช้ได้ในกรณีนี้

นอกจากนี้การผ่อนคลายความเครียด เช่น การฟังเพลง ดูหนัง ไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบนั้น ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน

ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นโรคซึมเศร้าแต่…แต่ภาวะหมดไฟนั้น ก็อาจส่งผลให้ผู้ที่มีภาวะนี้ เศร้า หดหู่ หรือกังวลได้ และหากปล่อยไว้จนเรื้อรัง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคทางจิตใจอื่นๆนั่นเอง

ทาง Agnos สนับสนุนให้ทุกๆคนหมั่นใส่ใจสุขภาพจิตใจ เหมือนกับสุขภาพกายของเราอยู่เสมอๆ

และหากใครมีอาการที่ไม่สบายใจ สามารถปรึกษาเราได้ 24 ชม. ไม่มีค่าใช้จ่าย เสมือนมีเพื่อนเป็นหมอ อยู่ด้วยทุกที่ทุกเวลา


อ้างอิง :

https://www.bangkokhospital.com/content/burnout-syndrome

https://thestandard.co/burnout-syndrom/

https://www.rajavithi.go.th/

https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details

https://www.phyathai.com/article_detail/3049/th

https://www.rajavithi.go.th/rj/?p=16953

https://www.persolkelly.com/news/what-is-burnout/46683/#:~:text=Many%20research%20studies%20have%20found,could%20even%20lead%20to%20death.

https://artforcancerbyireal.com/article/