Chicago นำ AI Provider Copilot มาช่วยลดภาวะ Burnout ของแพทย์

Chicago introduces AI provider Copilot to help reduce physician burnout.
Chicago นำ AI Provider Copilot มาช่วยลดภาวะ Burnout ของแพทย์

เครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำใน Chicago ได้นำ AI Provider Copilot มาเป็นผู้ช่วยลดภาระงานแพทย์เมื่อแพทย์ต้องใช้เวลากับงานเอกสารมากกว่าการดูแลผู้ป่วย ย่อมส่งผลเสียต่อทุกฝ่าย โรงพยาบาลนี้มี มากกว่า 300 เตียงและแพทย์กว่า 650 คน ต้องเผชิญกับปัญหานี้ทุกวัน

จนได้เริ่มนำเทคโนโลยี AI ของ Innovaccer มาใช้ โรงพยาบาลสามารถปรับปรุงกระบวน การทำงาน ลดภาระงานด้านเอกสาร และให้บุคลากรโฟกัสกับสิ่งสำคัญที่สุด คือ การดูแลผู้ป่วย

ปัญหาหลักที่โรงพยาบาลพบ

• แพทย์ต้องเตรียมข้อมูลสำหรับตรวจผู้ป่วยด้วยตนเอง ทำให้เสียเวลาอันมีค่า ซึ่งควรใช้ไปกับการดูแลผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ

• ข้อมูลผู้ป่วยมาจากหลายแหล่งและ ไม่ได้ถูกจัดการและรวบรวมอย่างเป็นระบบ ทำให้การวิเคราะห์และใช้ข้อมูลทำได้ยาก

• ขั้นตอนรับผู้ป่วย (Clinical Intake) ใช้เอกสารมาก และต้องป้อนข้อมูลซ้ำในหลายแบบฟอร์ม ทำให้เวลารอของผู้ป่วยยาวขึ้น

• แพทย์ Burnout จากการต้องใช้เวลามากกับงานเอกสาร ทำให้ต้องทำงานต่อในช่วงพักกลางวันหรือล่วงเวลา

• แต่ละแผนกของโรงพยาบาล ไม่เชื่อมโยงกัน ไม่มีมาตรฐาน  ทำให้เกิดความแตกต่างในด้านประสบการณ์ของผู้ป่วย (patient experience) และความไม่เชื่อมต่อกันของ patient journey

• การสื่อสารที่ขาดประสิทธิภาพระหว่างกะทำงานของบุคลากร ทำให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อน

• การฝึกอบรมบุคลากรใหม่ต้องใช้เวลามาก เพราะไม่มีแนวทางที่เป็นระบบ

นำเทคโนโลยี AI จาก Innovaccer มาช่วยแก้ปัญหานี้อย่างไร

Innovaccer ได้ช่วยโรงพยาบาลแก้ปัญหาโดยนำ AI-powered Provider Copilot มาช่วยในงานด้านคลินิกและเอกสาร โดย AI มีจุดเด่น ดังนี้:

1. ระบบบันทึกข้อมูลทางการแพทย์อัตโนมัติ (AI-Powered Clinical Documentation)

• AI สรุปประวัติผู้ป่วย ระบุปัจจัยเสี่ยง และ รวมข้อมูลจากหลายแหล่งอย่างไร้รอยต่อ

• ลดภาระงานด้านเอกสารของแพทย์ และ เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล

2. ระบบรับข้อมูลผู้ป่วยอัตโนมัติ (Automated Clinical Intake System)

• แบบฟอร์มดิจิทัลอัตโนมัติ ทำให้กระบวนการรับผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

• AI ช่วยกรอกข้อมูลผู้ป่วยล่วงหน้า ทำให้แพทย์สามารถอ่านข้อมูลก่อนการตรวจได้รวดเร็วขึ้น

3. การจัดการคุณภาพและการวิเคราะห์ข้อมูล (Data-Driven Performance Monitoring)

• ระบบติดตามคุณภาพ และการปฏิบัติตามแนวทางมาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของทีมแพทย์

• Dashboard วิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ใช้ติดตามประสิทธิภาพของระบบและการให้บริการผู้ป่วย

การใช้งาน AI-powered Provider Copilot

เครดิตภาพจาก https://innovaccer.com
  1. AI จะถอดความ วิเคราะห์ และสร้างบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ จากการพูดคุยสนทนาระหว่างแพทย์และผู้ป่วย - ทำให้แพทย์ไม่ต้องพิมพ์บันทึกการรักษาด้วยตนเอง
เครดิตภาพจาก https://innovaccer.com
เครดิตภาพจาก https://innovaccer.com

2. AI ช่วยสรุปประวัติผู้ป่วยและระบุความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง จาก ระบบรับข้อมูลผู้ป่วยอัตโนมัติก่อนที่แพทย์จะเริ่มตรวจ

เครดิตภาพจาก https://innovaccer.com
เครดิตภาพจาก https://innovaccer.com


3. แพทย์สามารถดูข้อมูลที่ AI สรุปไว้ใน EHR (Electronic Health Records) ได้โดยตรง โดยไม่ต้องป้อนข้อมูลซ้ำ

เครดิตภาพจาก https://innovaccer.com


4. ระบบแจ้งเตือนการขาดข้อมูลหรือช่องว่างในการรักษา เพื่อให้แพทย์สามารถแก้ไขได้ทันที

เครดิตภาพจาก https://innovaccer.com

5. ข้อมูลผู้ป่วยจะถูกจัดเก็บและรวมเข้ากับระบบ EHR โดยอัตโนมัติ ทำให้ลดภาระเอกสารและเพิ่มความแม่นยำ

ผลลัพธ์จากการนำ AI-powered Provider Copilot มาใช้งาน

จากการใช้งาน AI-powered Provider Copilot พบว่า เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของแพทย์ ยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วย

โดยมีผลลัพธ์ที่น่าสนใจและ สามารถวัดผลได้ ดังนี้

  • อาการเหนื่อยล้าจากงานและความเครียดของแพทย์ (Burnout) ลดลง 56%
  • เวลาโต้ตอบกับผู้ป่วยโดยตรงเพิ่มขึ้น 89% ทำให้แพทย์สามารถโฟกัสที่ผู้ป่วยได้มากขึ้น
  • ลดภาระทางความคิดของแพทย์ลง 61%
  • คะแนนความพึงพอใจของผู้ป่วยหลังการใช้งาน AI สูงถึง 85%
  • เวลาที่ใช้ในขั้นตอน Pre visit ก่อนพบแพทย์ของผู้ป่วยลดลง 60%

ชวนมาดูปัจจัยที่ทำให้การนำ AI-powered Provider Copilot เข้ามาช่วยพัฒนาโรงพยาบาลครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

• การสนับสนุนจากผู้นำองค์กร ช่วยให้การนำ AI มาใช้เป็นไปอย่างราบรื่น

• การเชื่อมระบบ AI กับ workflow เดิมอย่างไร้รอยต่อ ไม่รบกวนระบบการทำงานเดิม

• การฝึกอบรมบุคลากรอย่างเป็นระบบ ทำให้สามารถใช้ AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

• การใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ (Data-Driven Approach) ช่วยให้สามารถปรับปรุงคุณภาพการดูแลผู้ป่วยได้ต่อเนื่อง

หลังจากประสบความสำเร็จในการนำ AI มาใช้ โรงพยาบาลในชิคาโกแห่งนี้ ก็ได้วางแผนขยายการใช้งาน AI ไปยังแผนกอื่น ๆ โดยตั้งเป้าหมายให้ AI ช่วยปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ และลดภาระงานที่ไม่จำเป็นของบุคลากรทางการแพทย์ ต่อไป

ในอนาคต การใช้ AI-powered healthcare solutions จะกลายเป็นมาตรฐานสำคัญในอุตสาหกรรมสุขภาพ เพื่อลดภาระงานของแพทย์ และมอบการดูแลที่มีคุณภาพสูงขึ้นให้กับผู้ป่วย

แล้วคุณคิดว่าโรงพยาบาลในประเทศไทยควรเริ่มนำเทคโนโลยรเช่นนี้มาใช้งานหรือบ้างหรือไม่

หากสนใจการนำเทคโนโลยี AI พัฒนาระบบบริการในสถานพยาบาลของคุณ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.agnoshealth.com/smart-hospital-and-clinics



ที่มา
https://innovaccer.com/resources/case-studies
https://innovaccer.com/agents-of-care#hcc-coding-agent

https://innovaccer.com/provider-copilot