หูดหงอนไก่ (Condyloma accuminata)
ไม่ถึงตาย แต่ไม่หาย โรคหูดหงอนไก่
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
หูดหงอนไก่ (Genital warts, Condyloma acuminata) คือ หูดที่พบขึ้นบ่อยบริเวณอวัยวะเพศ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV หรือ Human Papilloma Virus โดยจัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยที่สุด ส่วนใหญ่จะพบได้ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ทั้งหญิงและชายและจะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นหากเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ และมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน โดยเชื้อชนิดนี้ชอบอยู่บริเวณที่อับชื้น ทำให้เกิดรอยโรคที่อวัยวะเพศหญิงได้มากกว่าชาย
อาการของโรค
คนส่วนใหญ่ที่มีภูมิคุ้มกันดี หลังจากได้รับเชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายแล้วมักจะไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมา ซึ่งประมาณ 80-90% เชื้อเหล่านี้ก็จะถูกกำจัดออกไปได้เองภายใน 2 ปี ส่วนผู้ที่มีอาการ จะเกิดเป็นติ่งเนื้อลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำที่บริเวณอวัยวะเพศ หรือ ที่ทวารหนัก ขนาดของหูดหงอนไก่อาจมีขนาดเล็กมากจนสังเกตไม่เห็น ไปจนถึงขนาดใหญ่จนอุดกั้นช่องคลอด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วหูดหงอนไก่จะไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือระคายเคือง เว้นแต่ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ก้อนเนื้อหูดก็จะใหญ่ขึ้นได้มาก จนมีอาการเจ็บหรือมีเลือดออกจากก้อน และ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ในผู้ชายอาจมีปัญหาเรื่องปัสสาวะไม่ออก ส่วนในผู้หญิงอาจตามมาด้วยอาการมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากการดูลักษณะของรอยโรคเฉพาะที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า หรืออาจตรวจยืนยันได้จากการตรวจทางพยาธิวิทยาจากชิ้นเนื้อตรงรอยโรค
แนวทางการดูแลรักษา
การรักษาส่วนใหญ่เพื่อเป็นการบรรเทาอาการ โดยหากภูมิคุ้มกันของร่างกายดีโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องใช้เวลา
- การรักษาด้วยยาโดยแพทย์ จะนัดทายาที่หูดทุก 1 สัปดาห์ โดยยาที่ทาจะให้เป็นสารละลายกรดเข้มข้น (80-90% Trichloroacetic acid) ออกฤทธิ์โดยทำให้โปรตีนในเซลล์เสื่อมสภาพเป็นเซลล์ตาย ซึ่งทำให้หูดหลุดออกไปภายใน 2-3 วัน แต่อาจทำให้เกิดผิวหนังระคายเคืองเป็นแผลเลือดออกได้
- สำหรับยาที่ให้ผู้ป่วยทาเอง ในปัจจุบันที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย มี 2 ชนิด ได้แก่ 1. 5%Imiquimod/Aldara ยานี้จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ให้ร่างกายกำจัดไวรัสเอชพีวีด้วยตัวเอง ข้อเสียคืออาจทำให้เกิดผื่นแดง 2. 0.5%Podofilox เป็นยาที่ยับยั้งการแบ่งเซลล์ ข้อเสียคืออาจทำให้เกิดระคายเคืองเล็กน้อย
- นอกจากนี้ยังมีการรักษาโดยการจี้ไฟฟ้า จี้เย็น และการตัดด้วยใบมีด ซึ่งแนวทางการรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
ชาย อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ, หญิง สูตินรีแพทย์, กุมารแพทย์ โรคติดเชื้อ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
- หูดหงอนไก่ สามารถเกิดซ้ำได้ถึงร้อยละ 30-70 ในระยะเวลา 6 เดือนหลังสิ้นสุดการรักษา สาเหตุเป็นได้ตั้งแต่ยาไม่มีประสิทธิภาพ การติดเชื้อซ้ำจากการมีเพศสัมพันธ์ หรือการเกิดรอยโรคจากเชื้อในร่างกายตนเอง
- สำหรับสตรีมีครรภ์ที่ป่วยด้วยโรคหูดหงอนไก่ หูดที่มีขนาดใหญ่อาจทำให้ผนังช่องคลอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ทำให้คลอดยาก หรืออาจทำให้เกิดเลือดออกขณะคลอด รวมถึงส่งผลให้ทารกที่เกิดมามีหูดหงอนไก่เกิดขึ้นบริเวณคอหอย หลอดลม หรือเส้นเสียง ทำให้มีผลต่อการหายใจของทารก
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1289 https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK547667/