อัลไซเมอร์ vs สมองเสื่อม

อัลไซเมอร์ vs สมองเสื่อม

ต้องขี้ลืมขนาดไหน..ถึงเข้าข่ายกัน?

ขี้ลืมแบบนี้ เป็นอัลไซเมอร์หรอ สมองเสื่อมหรือเปล่า..? คำพูดที่เราล้อเล่นกันบ่อยๆ แต่รู้หรือไม่ อัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อม มันใกล้ตัวเรากว่าที่คิด !

แต่เดี๋ยว…อัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม ต่างกันยังไง? แล้วเราต้องขี้ลืมขนาดไหน ถึงจะเข้าข่ายอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม?

สมองเสื่อมไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากหลายโรค และหนึ่งในนั้นก็คือ “อัลไซเมอร์” นั่นเอง!

แล้วสองอย่างนี้มีอาการและสาเหตุที่เหมือนกันหรือเปล่า?


สมองเสื่อม (Dementia)

เป็นภาวะที่สมองมีการทำงานแย่ลง หรือเสื่อมลง และส่งผลต่อชีวิตประจำวัน อาจมีอาการอย่าง

  • หลงลืม
  • หาของไม่เจอ
  • หลงทางในที่คุ้นเคย
  • มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป
  • ความสามารถในการพูดและใช้ลดลง
  • มีความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์
  • สมาธิสั้นลง ไม่สามารถโฟกัสอะไรได้นานๆ

นอกจากนี้อาการสมองเสื่อมอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจอีกด้วย เช่น ผู้ป่วยอาจมีอาการซึมเศร้า หวาดระแวง หรือมีนิสัยและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในทางที่ไม่ค่อยเหมาะสมมากนัก

แล้วสิ่งเหล่านี้มันเกิดจากอะไรกันนะ…?

สาเหตุของสมองเสื่อม สามารถแบ่งได้ใหญ่ๆ อยู่ 2 ประเภท คือ

  • สาเหตุของสมองเสื่อมชนิดที่ ไม่สามารถกลับคืนเป็นปกติ (แต่สามารถดีขึ้นได้)
  • สาเหตุของสมองเสื่อมชนิดที่ สามารถกลับคืนเป็นปกติ

สาเหตุของสมองเสื่อมชนิดที่ ไม่สามารถกลับคืนเป็นปกติ ที่พบบ่อย คือ


โรคอัลไซเมอร์

เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด มักพบในร้อยละ 10-15 ของประชากรที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป และ ร้อยละ 20-30 ในประชากรที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป

ผู้ป่วยสมองเสื่อมที่มีอาการทางประสาท (Dementia with Lewy Bodies)

โดยอาการนี้อาจทำให้ผู้ป่วยเสียความทรงจำในระยะสั้น และยังทำให้มีปัญหาในการนอนหลับ พร้อมกับอาการประสาทหลอน

สมองเสื่อมชนิด Frontotemporal Dementia: FTD

ผู้ป่วยจะมีบุคลิกที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่เหมาะสมมากนัก หรือต่างไปจากเดิม เช่น พูดจาหยาบคาย หรือแสดงกริยาที่ไม่เหมาะสมต่อผู้อื่น

โรคพาร์กินสัน

โรคพาร์กินสัน เป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาทและอาจทำให้เกิดสมองเสื่อมได้เช่นกัน โดยผู้ป่วยจะมีปัญหาในการเคลื่อนไหว และการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ

ภาวะสมองเสื่อมที่มาจากโรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด (Vascular Dementia)

พบได้มากในผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือด และเป็นความดันโลหิตสูงระยะยาว โรคหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)

การได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่หัว

การได้รับบาดเจ็บที่หัวอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดผลกระทบกับความจำ และสมาธิได้

สาเหตุของสมองเสื่อมชนิดที่ สามารถกลับคืนเป็นปกติ ที่พบบ่อย คือ

  • ได้รับสารพิษโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว
  • การขาดวิตามิน บี 12
  • ภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroidism)
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยา
  • เนื้องอกในสมองบางชนิด
  • ภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ (Hydrocephalus)
  • สมองอักเสบ
  • ติดเชื้อราเรื้อรัง
  • โรคเอดส์ (AIDS)

แล้วต้องเป็นโรคเหล่านี้เท่านั้นหรอ ถึงจะมีภาวะสมองเสื่อม..?

หลายๆคนอาจเคยได้ยินมาบ้างว่า ภาวะสมองเสื่อมมีความเกี่ยวข้องกับหลายๆปัจจัยอื่นๆ เช่น

อายุ

โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงในการเป็นภาวะสมองเสื่อมมากขึ้น

ดาวน์ซินโดรม

เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ เพราะดาวน์ซินโดรมมีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการพัฒนาสมอง จึงอาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ และจะพบบ่อยในผู้ที่เป็นดาวน์ซินโดรมในวัยกลางคน

พันธุกรรม

ผู้ป่วยสมองเสื่อมประเภทนี้มักจะมีอายุน้อยกว่า 50 ปีนั่นเอง

หากสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิด ภาวะสมองเสื่อม..แล้วอะไรหล่ะ ทำให้เกิด อัลไซเมอร์

อัลไซเมอร์ ไม่ได้เกิดจากการเสื่อมตามธรรมชาติ หรือตามอายุ เพราะผู้สูงอายุทุกคน ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นอัลไซเมอร์

โดยมีการค้นพบว่า อัลไซเมอร์เกิดจากการเสื่อมสภาพของโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เบต้า-อะไมลอยด์ (beta-amyloid) ชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งเมื่อไปจับกับเซลล์สมองจะส่งผลให้เซลล์สมองเสื่อมและฝ่อลง และทำให้การสื่อสารระหว่างเซลล์สมองเสียหายจากการลดลงของสารอะซีติลโคลีน (acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ส่งผลโดยตรงกับความทรงจำ และหากเป็นแล้ว ก็จะไม่หายนั่นเอง

โดยสามารถแบ่งได้ 3 ระยะคือ

  • ระยะเริ่มแรก

ผู้ป่วยจะรับรู้ว่าขี้ลืม เช่น ลืมปิดประตู ลืมชื่อคน ลืมกินประทานยาและอาจต้องเขียนเพื่อเตือนความจำ

  • ระยะที่สอง

การสูญเสียความทรงจำอาจเกิดขึเนในระยะนี้ โดยอาจจำเรื่องที่เพิ่งเกิดไม่ได้ และเริ่มใช้คำพูดไม่ถูกต้อง มีอารมณ์ที่ผันผวนแปรปรวน

  • ระยะที่สาม

มีอาการสับสน บางรายมีอาการหลงผิด หรือเกิดภาพหลอน จนทำให้เกิดอาการก้าวร้าวรุนแรง  รวมถึงหลงลืมวันและเดือน

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเราเข้าข่ายภาวะสมองเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์หรือเปล่า..?

เช็กลิสความเสี่ยงในการเป็นโรคอัลไซเมอร์

  • มีอาการหลงลืม เช่น ลืมของว่าวางไว้ไหน ลืมนัด จำเหตุการณ์หรือคำพูดที่เพิ่งเกิดหรือผ่านมาไม่ได้
  • สับสนเรื่องเวลา สถานที่ ไม่คุ้นทางที่เคยเดินประจำหรือไม่รู้ว่าจะไปสถานที่นั้นๆ ได้อย่างไร
  • ลืมคนรู้จัก เช่น เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัว คิดว่าเป็นคนแปลกหน้า
  • มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร หรือเรียกสิ่งของไม่ถูก พูดคำหรือประโยคซ้ำๆ
  • ไม่สนใจในสิ่งที่เคยสนใจ
  • มีปัญหาในด้านตัวเลข เช่น การนับหรือทอนเงิน การใช้โทรศัพท์ หรือการดูนาฬิกา
  • มีพฤติกรรมที่แปลกไปจากเดิม เช่น ออกนอกบ้านเวลากลางคืน หรือพฤติกรรมก้าวร้าว
  • ไม่สนใจดูแลความสะอาดของตัวเอง เช่น ไม่แปรงฟัน

ไม่อาบน้ำ

  • ซึมเศร้า ร้องไห้โดยไม่มีเหตุผล

แล้วสองอย่างนี้ สามารถรักษาได้หรือเปล่า..?

การรักษาสมองเสื่อมนั้น จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับสาเหตุของสมองเสื่อม เช่น หากสมองเสื่อมที่ผู้ป่วยเป็นเกิดจากการขาดไทรอยด์ฮอร์โมน การรักษาก็จะเป็นไปในทางการให้ยาทดแทนนั่นเอง

และในส่วนของการรักษาอัลไซเมอร์นั้น ยังไม่มีวิธีรักษาที่ทำให้หายขาดได้ มีเพียงแต่การประคับประคองอาการไม่ให้แย่ลงนั่นเอง

การป้องกันสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์

  • กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอลสูง
  • รักษาน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน
  • ไม่สูบบุหรี่ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีควันบุหรี่
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่อสมอง

แล้วสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามั่นใจได้อย่างไร ว่าเราจะไม่เข้าข่าย..?

แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุด นอกจากการดูแลตัวเองแล้ว คือการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

นอกจากนี้ การตรวจและติดตามโรคประจำตัวที่เป็นอยู่เป็นระยะ ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถป้องกันได้ และหากมีอาการเจ็บป่วยควรไปพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ โดย Agnos มีบริการตรวจสุขภาพมากกว่า 20 รายการ พร้อมราคาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ การทำกิจกรรมฝึกสมองต่างๆ เช่น คิดเลข อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ รวมถึงการพบปะพูดคุยกับผู้อื่นบ่อย ๆ อาจช่วยป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้


อ้างอิง :

https://www.pobpad.com

https://www.chulabhornhospital.com

https://www.bumrungrad.com

https://www.paolohospital.com

https://www.siphhospital.com/th

​https://www.chulabhornhospital.com/

https://www.nakornthon.com