ดร.ปพนวิช CEO Agnos Health ร่วมบรรยายในงานประชุมใหญ่สามัญสมาคมโรงพยาบาลเอกชน หัวข้อ “Future Trends of Healthcare”

ดร.ปพนวิช CEO Agnos Health ร่วมบรรยายในงานประชุมใหญ่สามัญสมาคมโรงพยาบาลเอกชน หัวข้อ “Future Trends of Healthcare”

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ดร.ปพนวิช CEO ของแอ็กนอสเฮลท์ ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัปที่เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ ได้รับเชิญไปบรรยายในงานประชุมใหญ่สามัญสมาคมโรงพยาบาลเอกชน (The Private Hospital Association Thailand: TPHA) โดยมีหัวข้อการบรรยายเรื่อง "Future Trends of Healthcare in Thailand"

เนื้อหาบรรยายหลักของดร.ปพนวิชประกอบด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับ "Artificial Intelligence in Healthcare Landscape" และ "AI Use Cases in Healthcare" ซึ่งครอบคลุมการนำเทคโนโลยี AI ที่กำลังพัฒนามาใช้ในวงการการแพทย์และสุขภาพ ดร.ปพนวิชได้กล่าวถึงการพัฒนา AI ในยุคต่างๆ ตั้งแต่ AI 1.0 ที่ใช้มนุษย์ในการสร้างกฎต่างๆ ให้คอมพิวเตอร์ทำตาม (Expert system) จนถึง AI 4.0 ในปัจจุบันที่ AI สามารถเรียนรู้และสร้างข้อมูลใหม่ๆ เองได้จากข้อมูลทั้งข้อความ ภาพ และเสียง

AI overview



AI healthcare landscape


ดร.ปพนวิชยังได้อธิบายถึงภาพรวมของการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ในวงการแพทย์ ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจอย่างมาก โดย AI สามารถช่วยงานในโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วและมีความเสี่ยงน้อยที่สุด เช่น การทำงานเอกสารที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่จำนวนมากทำงานซ้ำๆ (Work process automation), ระบบ chatbot ที่ช่วยตอบคำถามเบื้องต้นแทนเจ้าหน้าที่ (Patient virtual assistant), และระบบ AI ที่ช่วยแปลงข้อมูลการสนทนาระหว่างคนไข้และเจ้าหน้าที่ (Ambient AI) ทำให้การเก็บข้อมูลประวัติอาการคนไข้เป็นรูปแบบดิจิทัลที่สามารถนำไปใช้งานต่อได้ง่าย โดยมีการยก case study ต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วทั้งในโรงพยาบาลต่างประเทศ และ โรงพยาบาลในประเทศไทย

Health care IT overhaul


นอกจากนี้ ดร. ปพนวิช ยังได้กล่าวถึง ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ของโรงพยาบาล ที่มีความจำเป็นที่จะ ต้องมีการวางรากฐานใหม่ เผื่อให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบ AI ได้อย่างเต็มที่ โดย ปัจจุบันโรงพยาบาลมีการวางระบบแบบปิด เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี การให้บริการด้านการแพทย์ ไม่ได้มีข้อจำกัดอยู่แค่ในบริเวณโรงพยาบาลอีกต่อไป การดูแลของแพทย์อยู่ในรูปแบบดิจิตอลมากขึ้น ข้อมูลคนไข้อาจไม่ได้เกิดที่โรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว การให้บริการของโรงพยาบาลสามารถเกิดได้นอกโรงพยาบาล โรงพยาบาลมีความจำเป็นต้องเชื่อมต่อข้อมูลผู้ป่วย เข้ากับ ระบบนิเวศใหม่ๆ (ecosystem) ไม่ว่าจะเป็น wearables หรือ ข้อมูลจาก partner อื่นๆ โรงพยาบาลจึงมีความจำเป็นที่จะวางโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี โดยต้องมีการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคนไข้ และไม่ทำให้ประสบการณ์การรับบริการทางการแพทย์ถูกจำกัด ด้วยโครงสร้าง IT ที่ล้าสมัย

AI Use Cases in Healthcare

ดร.ปพนวิชยังได้กล่าวถึงปัจจัยสำคัญในการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในองค์กร ซึ่งมากกว่าร้อยละ 70 มักล้มเหลวในการสร้างผลกระทบในองค์กร ปัจจัยสำคัญสามส่วน ได้แก่

  1. ผู้บริหารระดับสูง: ต้องมีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจอย่างไร และสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างแผนกต่างๆ
  2. พนักงาน: ต้องมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทและเป้าหมายที่ต้องการบรรลุ มีการจัดการการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ และการฝึกอบรมพัฒนาทักษะใหม่เพื่อยอมรับเทคโนโลยีใหม่
  3. เทคโนโลยี: ต้องมีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแผนดิจิทัลที่เป็นเชิงกลยุทธ์ว่าจะนำเทคโนโลยีอะไรมาใช้อย่างไร

นอกจากนี้ Agnos ยังได้ร่วมออกบูธในงานประชุมใหญ่สมาคมโรงพยาบาลเอกชน เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี AI ด้านการแพทย์และ Smart Hospital ไปเผยแพร่ในงาน ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีในการนำความรู้ใหม่ไปเผยแพร่แก่หลากหลายโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมงานครั้งนี้

สำหรับองค์กร หรือโรงพยาบาลที่สนใจ ระบบ AI และ Smart hospital ของ Agnos สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Agnos business contact form (clickup.com)