ปวดท้องประจำเดือน (Dysmenorrhea unspecified)

ปวดท้องประจำเดือน (Dysmenorrhea unspecified)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

อาการปวดท้องในช่วงเวลาที่มีประจำเดือนของสตรี อาจจะเริ่มปวดเมื่อใกล้ ๆ จะมีประจำเดือน หรือปวดขณะมีประจำเดือน ในทางการแพทย์จะแยกผู้ป่วยที่มีการปวดประจำเดือนนี้เป็นสองกลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • กลุ่มปฐมภูมิ ในกลุ่มนี้อาการปวดไม่มีสาเหตุจากพยาธิสภาพทางกายมาเกี่ยวข้อง อาการปวดมักจะเริ่มเป็นตั้งแต่ช่วงปีแรก หลังจากเริ่มมีประจำเดือน
  • กลุ่มทุติยภูมิ ในกลุ่มนี้จะเกี่ยวเนื่องกับพยาธิสภาพทางกาย เช่น มีถุงน้ำ หรือเนื้องอกบริเวณมดลูก ปีกมดลูก หรือในอุ้งเชิงกราน อาการปวดจะเริ่มเกิดขึ้นภายหลังในช่วงอายุใดก็ได้

อาการของโรค

มักจะเป็นการปวดตื้อๆ หรือปวดบิดๆ เป็นพักๆ บริเวณท้องน้อย บางรายอาจจะปวดร้าวไปถึงหลัง และบริเวณต้นขา นอกจากนั้นบางราย อาจมีอาการอื่นๆ นอกจากปวดท้อง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีระษะ หรือถ่ายเหลวได้

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

อาศัยประวัติการปวด และประวัติประจำเดือน การตรวจภายใน การตรวจอัลตราซาวนด์ ผู้ป่วยบางรายแพทย์อาจส่งตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย ในรายที่แพทย์สงสัยว่ามีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน แพทย์อาจจะแนะนำการตรวจละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องเข้าไปตรวจภายในช่องท้องและอุ้งเชิงกราน หรือการส่องกล้องตรวจในโพรงมดลูก

แนวทางการดูแลรักษา

  • ในกลุ่มปฐมภูมิ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพยาธิสภาพทางกาย นั้นการให้ยาแก้ปวด การประคบร้อน และการพักผ่อน ก็สามารถทำให้อาการปวดลดลงได้มาก ยาที่ใช้จะอยู่ในกลุ่ม ยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) หรือพอนสแตน (Ponstan)
  • ในกลุ่มทุติยภูมิ นั้นมีพยาธิสภาพทางกายต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่น เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ มีการติดเชื้อภายในอุ้งเชิงกราน ส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่ติดต่อโดยเพศสัมพันธ์ (Sexually transmitted diseases : STDs) ซึ่งแพทย์จะให้การรักษาตามเหตุที่ตรวจพบ ทางเลือกอื่น ๆ ที่อาจจะช่วยเสริมให้การบำบัดรักษาอาการปวดประจำเดือนได้ผลดีขึ้น เช่น
  • การนวด , สปา , การทำสมาธิ , โยคะ
  • การร่วมกิจกรรมบำบัดความเครียด หรือการทำจิตบำบัด
  • ออกกำลังกายโดยสม่ำเสมอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งพยายามลดความเครียด และความกังวลด้วย

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

สูตินรีแพทย์, กุมารแพทย์ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่อาการปวดประจำเดือนเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคภัยที่ร้ายแรงกว่าอาการปวดประจำเดือนทั่วไป

  • อาการปวดประจำเดือนเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีไข้สูงพร้อมปวดประจำเดือน
  • เลือดประจำเดือนไหลออกมามากว่าปกติ
  • รู้สึกปวดท้องน้อยถึงแม้ไม่มีประจำเดือนก็ตาม
  • ตกขาวผิดปกติ
  • มีบุตรยาก

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/july-2019/dysmenorrhea    https://www.acog.org/womens-health/faqs/dysmenorrhea-painful-periods