หนองใน (Gonococcal urethritis)

หนองใน (Gonococcal
urethritis)

โรคหนองใน คืออะไร?

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

หนองในแท้ (Gonorrhea) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นได้ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย การติดเชื้อหนองในแท้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก ลำคอ และ มักติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อหรือการสัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกาย รวมทั้งสามารถติดต่อจากหญิงตั้งครรภ์ไปสู่ทารกในช่วงระหว่างคลอดได้

อาการของโรค

โรคหนองในแท้มักแสดงอาการภายในประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ การติดเชื้อโรคหนองในในเพศหญิงและชายอาจมีอาการต่างกัน ดังนี้ อาการในเพศหญิง

  • มีตกขาวผิดปกติขับออกมาจากช่องคลอด ลักษณะเป็นน้ำ หรือเส้นบาง ๆ สีออกเขียวหรือเหลือง หรือ ตกขาวมีปริมาณมากขึ้น
  • ปัสสาวะแล้วรู้สึกเจ็บหรือแสบ
  • เจ็บหรือฟกช้ำบริเวณท้องน้อย แต่พบได้ไม่บ่อย
  • มีเลือดออกระหว่างรอบเดือนและหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือประจำเดือนมามากผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้น้อย อาการในเพศชาย
  • มีหนองสีเหลืองหรือเขียวไหลออกมาจากส่วนปลายของอวัยวะเพศ โดยอาจเกิดขึ้นหลังการมีเพศสัมพันธ์
  • เจ็บหรือแสบขณะปัสสาวะ
  • เกิดการอักเสบของหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ
  • เจ็บ บวม หรือฟกช้ำที่ลูกอัณฑะข้างใดข้างหนึ่ง แต่พบไม่บ่อย

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

โรคหนองในแท้สามารถวินิจฉัยได้หลากหลายวิธี โดยส่วนใหญ่จะใช้สำลีป้ายเก็บตัวอย่างเชื้อจากบริเวณที่อาจมีการติดเชื้อเพื่อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ การเก็บตัวอย่างนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยโรคหนองในในเพศชายและเพศหญิงอาจมีข้อแตกต่างกัน คือ

  • การวินิจฉัยในเพศหญิง แพทย์จะใช้สำลีป้ายเก็บตัวอย่างจากช่องคลอดหรือปากมดลูกระหว่างที่ตรวจภายใน หรือบางกรณีก็อาจมีการเก็บตัวอย่างจากบริเวณท่อปัสสาวะด้วย
  • การวินิจฉัยในเพศชาย มักใช้การตรวจปัสสาวะ หรือเก็บตัวอย่างจากของเหลวที่ถูกขับออกมาจากปลายอวัยวะเพศ ซึ่งผู้ป่วยต้องไม่ปัสสาวะเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนหน้าการเก็บตัวอย่าง เนื่องจากการปัสสาวะจะไปล้างเชื้อแบคทีเรียโรคหนองในแท้ ส่งผลต่อความแม่นยำของการวินิจฉัยโรค ผู้ป่วยที่พบว่าตนเองติดเชื้อหนองใน ควรตรวจเลือดหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย เช่น ไวรัสเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส เป็นต้น รวมทั้งผู้ป่วยต้องแจ้งให้คู่นอนไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาเช่นเดียวกัน

แนวทางการดูแลรักษา

  • รักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะ โดยทั่วไปมักให้เป็นยาฉีด Ceftriaxone ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว ร่วมกับยารับประทาน เช่น Doxycycline Ofloxacin ต่อเนื่องไปอีก 10 วัน
  • ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ
  • รับประทานยาแก้ปวดหากมีอาการปวดหรือแสบ
  • งดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะหายเป็นปกติ
  • ต้องรักษาคู่นอนร่วมด้วยเสมอ แม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

ชาย อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ, กุมารแพทย์ โรคติดเชื้อ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

โรคหนองในสามารถแพร่จากหญิงตั้งครรภ์ไปสู่ทารกในขณะที่คลอด โดยทารกแรกเกิดที่ได้รับผลกระทบมักจะแสดงอาการติดเชื้อที่ดวงตา ซึ่งจะสามารถทำให้ตาของทารกบวมแดง มีของเหลวลักษณะเหนียวข้นคล้ายหนองไหลออกมา หรือถึงขั้นทำให้ทารกตาบอด ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการหรือมีเหตุสงสัยว่าอาจติดเชื้อหนองในจึงควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=895 https://www.cdc.gov/std/gonorrhea/stdfact-gonorrhea.htm