เมื่อหมอดูเท่ากับจิตแพทย์ และการไปดูดวงเท่ากับการไปฮีลใจ

เมื่อหมอดูเท่ากับจิตแพทย์ และการไปดูดวงเท่ากับการไปฮีลใจ

การดูดวงและสุขภาพจิตเกี่ยวข้องกันมากกว่าที่เราคิด

คงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การดูดวงในรูปแบบต่างๆได้รับความนิยมอย่างมากในยุคที่อะไรๆก็ไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการดูไพ่ หรือการดูลายมือ เราทุกคนล้วนอยากหาคำตอบ หรือความสบายใจบางอย่างจากการดูดวงทั้งนั้น

ต่อให้เป็นคนที่ไม่เชื่อหรือไม่ค่อยสนใจในเรื่องการดูดวงมากนัก แต่หากได้รับคำทำนายที่ไปในทางบวกหรือเรื่องราวดีๆ คงจะรู้สึกดีและมีพลังบวกไม่ใช่น้อย !

วันนี้ Agnos อยากจะพาเพื่อนๆสายมูมาไขความลับเกี่ยวกับการดูดวงในมุมมองของจิตวิทยากันว่า

‘ทำไมเราถึงเชื่อหมอดู’ หรือ ‘ทำไมเราถึงเสพติดการดูดวงขนาดนี้?’


คำทำนายที่สุดจะตรง มันเป็นไปได้ยังไง?

เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมหมอดูคนนี้ถึงแม่นจังเลย ? โดนมาก รู้ได้ไง หรือว่าคำทายเกี่ยวกับกรุ๊ปเลือดต่างๆ ก็เป็นแบบที่เค้าว่ากันจริงๆ !

Agnos ขอเสนอทฤษฎีบาร์นัม (Barnum Effect /Forer effect) โดยชื่อนี้ตั้งตามนักจิตวิทยาที่ค้นพบทฤษฎีนี้คือ เบอร์แทรม อาร์. ฟอเรอร์ (Bertram R. Forer)

ในปี 1948 เขาได้ทำการทดลองกับนักศึกษากลุ่มหนึ่ง โดยให้พวกเขาทำแบบทดสอบเกี่ยวกับนิสัยและบุคลิกภาพและได้บอกกับพวกเขาว่าบทวิเคราะห์นี้ถูกวิเคราะห์จากลักษณะนิสัยของพวกเขาโดยเฉพาะ และแต่ละคนจะได้ไม่เหมือนกัน

นักศึกษาจะต้องให้คะแนนความถูกต้องจากบทวิเคราะห์นิสัยของตัวเองจาก  0 (ไม่ถูกต้อง) ถึง 5 (ถูกทุกข้อ) แต่ในความเป็นจริงแล้วบทวิเคราะห์นั้นเหมือนกันหมด และไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมา แต่เป็นเพียงคำทำนายที่ถูกรวบรวมมาจากสื่อต่างๆนั่นเอง


ตัวอย่างบทวิเคราะห์

  • คุณต้องการให้ผู้อื่นชอบและชมตัวคุณเอง
  • คุณมีแนวโน้มที่จะคิดมากและตำหนิตัวเอง
  • คุณมีศักยภาพบางอย่างที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในตัวเองและยังไม่แสดงออกมา
  • ภายนอกคุณอาจดูเป็นคนที่มีวินัยและควบคุมตัวเองได้ แต่ภายในกลับไม่มั่นใจ
  • คุณไม่ชอบถูกจำกัดอยู่ในข้อบังคับ
  • ความฝันบางอย่างของคุณอาจดูเป็นไปไม่ได้
  • บางครั้งคุณก็ไม่ชอบสุงสิงกับใคร

ผลเฉลี่ยของการทดลองคือ 4.26 ซึ่งนับว่าสูงมากๆ โดยตัวเลขนี้สามารถบอกได้เลยว่า คำทำนายที่ฟอเรอร์รวบรวมมานั้น ครอบคลุมลักษณะนิสัยของนักศึกษากลุ่มนี้ได้ โดยเขาได้สรุปการวิจัยครั้งนี้ไว้ว่า 'เรามีทุกสิ่งสำหรับทุกคน' ("We've got something for everyone")

อีกหนึ่งทฤษฎีหนึ่งที่เราอยากนำเสนอคือ  การยืนยันเชิงอัตวิสัย (Subjective validation) เป็นทฤษฎีที่ว่าด้วย สองเหตุการณ์ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่เราสามารถหาจุดเชื่อมโยงได้ด้วยเหตุผลของเราเอง เช่น เหตุผลทางความเชื่อ ความคาดหวัง หรือสมมุติฐาน เป็นต้น


เราต้องการอะไรจากการดูดวง ?

เราเคยถามตัวเองมั้ยว่า จริงๆแล้ว ที่เราไปดูดวง เราต้องการอะไร คำตอบ ? ความสบายใจ หรืออะไรกันแน่?

ความสบายใจ หรือที่พึ่งทางจิตใจ

เคยมีการวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิล (University of Wisconsin) ว่า 70% ของการดูดวงเองจากอินเตอร์เน็ตหรือสื่อต่างๆนั้น คือ คำทำนายในเชิงบวก หรือเรื่องราวดีๆนั่นเอง หากคำทำนายเหล่านั้นไปในเชิงบวก ผู้คนมีแนวโน้มที่จะเชื่อมากขึ้น หรือในทางจิตวิทยา เราเรียกมันว่า Confirmation Bias ซึ่งหมายความว่า การหาข้อมูล การรับฟัง และการตีความข้อมูลที่ได้มา เพื่อยืนยันข้อมูลหรือความคิดเดิมของเราว่ามันถูกต้อง และมีข้อมูลมาสนับสนุนนั่นเอง

และแน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร เพราะการบางทีเราอาจแค่ขาดความมั่นใจ หรือต้องการที่พึ่งทางจิตใจในการเริ่มต้นวันใหม่ของเราเท่านั้น !

ปกติแล้วคนเราไปหาหมอดูตอนไหนบ้าง ?

เรามักไปหาหมอดู หรือขอความคิดเห็น ความช่วยเหลือในการตันสินใจอะไรบางอย่าง หรือเพื่อควบคุมเหตุการณ์บางอย่างให้ได้

สำหรับบางคน นอกจากความสบายใจแล้ว เราอาจต้องการ คำแนะนำหรือคำเตือน เพื่อช่วยให้เราตัดสินใจอะไรได้ง่ายมากขึ้น และสามารถควบคุมสถานการณ์เหล่านั้นได้นั่นเอง

การดูดวงไปสุดที่ตรงไหน เราเชื่อได้ขนาดไหนถึงจะไม่ทำร้ายตัวเอง

แน่นอนว่าดูดวงไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่นอกจากเชื่อหมอดูแล้ว เราอาจต้องมีความมั่นใจในตัวเองบ้าง เราอาจมีการลองผิดลองถูกในบางเรื่องดูบ้าง เพื่อเป็นบทเรียนชีวิตของเราเอง

บางคนอาจใช้การดูดวงเป็นที่ระบายความเครียด แต่สำหรับใครที่เผชิญความเครียด สูญเสียความมั่นใจและไม่มีที่พึ่งทางใจ อาจส่งผลให้เกิดภาวะความเครียดเรื้อรัง หรือภาวะซึมเศร้าได้ หากปล่อยไว้เป็นเวลานานๆ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งกายและใจได้

หากใครมีอาการไม่สบายใจใดๆ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันตรวจเช็กอาการเบื้องต้นได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่แม่นยิ่งกว่าการดูดวง !

ท้ายที่สุด เราขอย้ำอีกครั้งว่า เราไม่ได้ต่อต้านการดูดวง หรือความเชื่อใดๆเลย เพียงแต่อยากเตือนให้ทุกๆคนอย่าไปจมปลักกับสิ่งเหล่านี้มากเกินไป หรือหากมีความเครียดที่หนักเกินไป หรือที่รับมือไม่ได้ลองหันมาปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาดูบ้าง !


อ้างอิง : https://thedecisionlab.com/biases/barnum-effect

https://www.webmd.com/balance/features/are-horoscopes-healthy

https://www.brandthink.me/content/horoscope

https://www.elle.com/uk/life-and-culture/culture/longform/a40140/horoscope-habit-impacts-your-mental-health/

https://www.healthline.com/health/mental-health/spiritual-bypassing