ภาวะหมดประจำเดือน/วัยทอง (Menopause)

ภาวะหมดประจำเดือน/วัยทอง (Menopause)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

วัยหมดประจำเดือน หรือวัยหมดระดู หมายถึง สตรีในวัย 40 – 59 ปี ที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ลดลงเนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในหญิงทุกคนตามธรรมชาติ ทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวรร่วมด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาอื่นๆตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น

อาการของโรค

อาการระยะสั้น

  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาติดกันหรือห่างจากกันมาก หรือเลือดออกช่องคลอดกะปริบกะปรอยได้
  • อาการร้อนวูบวาบ
  • นอนไม่หลับ
  • ซึมเศร้า อารมณ์หงุดหงิด มีความวิตกกังวลง่าย
  • ช่องคลอดแห้ง ความต้องการทางเพศลดลง
  • โอกาสมีลูกน้อยลง
  • ผิวหนังเหี่ยวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น เป็นแผล และกระได้ง่าย
  • เต้านมเล็กลง หย่อน ไม่เต่งตึง อาการระยะยาว
  • เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันมากขึ้น
  • เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
  • มีอาการแสบร้อนขณะปัสสาวะ และมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • น้ำหนักขึ้นง่าย และเริ่มอ้วน

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

โดยทั่วไปอาศัยประวัติ และการตรวจร่างกาย ก็สามารถให้การวินิจฉัยได้ ในบางรายแพทย์อาจเจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนเพศเพื่อยืนยันวินิจฉัยได้

แนวทางการดูแลรักษา

  • อาการของวัยทองเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายของผู้หญิงตามวัย หากสามารถควบคุมและอยู่ร่วมกับอาการเหล่านั้นได้ ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเข้ารับการรักษา แต่หากอาการเหล่านั้นสร้างปัญหาต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจจนเกินควบคุม หรือสงสัยว่าเข้าสู่วัยทองก่อนวัยอันควร สามารถเข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษา
  • การดูแลตนเองเบื้องต้นของผู้ที่อยู่ในภาวะวัยทอง หากมีอาการร้อนวูบวาบ ให้สวมใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย อยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น ดื่มน้ำเย็น หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เผ็ดร้อนหรือมีคาเฟอีน ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มสุรา หากอารมณ์แปรปรวน ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน หากิจกรรมทำเพื่อความผ่อนคลาย นอกจากนั้นแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง รวมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมน้ำหนักตัว และป้องกันภาวะกระดูกพรุน
  • ในกรณีที่ผู้ป่วยทนต่ออาการวัยทองไม่ได้ แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อลดและบรรเทาอาการจากการหมดประจำเดือน โดยมีทั้งรูปแบบของยากิน ยาฉีด การใช้แผ่นปิด (estrogen-filled patch) การฝังยาฮอร์โมน หรือครีมฮอร์โมนทาที่ผิวหนัง

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

สูตินรีแพทย์

ข้อควรระวัง

ผู้ป่วยที่มีประวัติมะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูก ผู้ที่เป็นโรคตับ ผู้ที่เคยมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ไม่ควรได้รับฮอร์โมนทดแทน ควรแจ้งประวัติแก่แพทย์ผู้รักษาอย่างละเอียดเสมอ

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/577    https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/21841-menopause