ปวดศีรษะไมเกรน (Migraine)
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
เป็นอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากอาการปวดศีรษะจากความเครียด (Tension type headache) พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า มักเริ่มมีอาการครั้งแรกตอนช่วงวัยรุ่นถึงวัยกลางคน อาการปวดศีรษะไมเกรน เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ผิวสมอง ทำให้สมองเกิดการกระตุ้นได้ง่าย และ ไวกว่าคนปกติ ตามมาด้วยการหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิด มีผลทำให้หลอดเลือดสมองเกิดการขยายตัวและเกิดการอักเสบขึ้น เป็นผลทำให้มีอาการปวดศีรษะในที่สุด
อาการของโรค
จะมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว อาจย้ายข้างได้ แต่มักเป็นทีละข้าง ลักษณะการปวดเป็นแบบตุ้บๆ ความรุนแรงของอาการปวดจะรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก การทำกิจวัตรทั่วไป เช่น การเดินหรือขึ้นบันได จะทำให้อาการปวดศีรษะเป็นมากขึ้น อาการจะดีขึ้นถ้าได้พักผ่อนอยู่นิ่งๆในห้องที่มืดและเย็น ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับรักษาไม่เหมาะสม อาการปวดศีรษะจะเป็นอยู่นาน 4-72 ชั่วโมง อาการร่วมอื่นๆที่พบร่วม คือ อาการคลื่นไส้ หรือ อาเจียน มีอาการไวต่อแสง ไม่อยากเห็นแสงจ้า และไม่อยากได้ยินเสียงดัง ในผู้ป่วยบางรายจะพบว่ามีสิ่งกระตุ้น ที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนขึ้นมา เช่น ภาวะเครียด, การอดนอน, การนอนและตื่นที่ไม่เป็นเวลา, ช่วงที่เป็นประจำเดือน, กลิ่นหรือ ควัน, การเปลี่ยนแปลงของอากาศ หรือ ความร้อน, แสงแดด, อาหารบางชนิด (อาหารหมักดอง, ชีส, ไวน์)
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
อาศัยการซักประวัติเป็นหลัก
แนวทางการดูแลรักษา
ปวดศีรษะไมเกรนเป็นโรคเรื้องรัง สามารถควบคุมได้ด้วยการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง และการใช้ยาอย่างเหมาะสม เมื่ออายุมากขึ้นมักจะมีอาการปวดศีรษะลดลง การรักษาปวดศีรษะไมเกรน แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
- ระยะที่มีอาการปวดศีรษะเฉียบพลัน ใช้เฉพาะเวลามีอาการปวดศีรษะเท่านั้น และให้รับประทานยาหลังจากที่เริ่มมีอาการปวดศีรษะทันที จะได้ผลในการรักษาอาการปวดศีรษะที่ดี เช่นยาแก้ปวด กลุ่มพาราเซตามอล, ยาลดการอักเสบที่ไม่ไช่สเตียรอด์ (NSAIDs) หรือยาที่เฉพาะเจาะจงกับไมเกรน เช่น ยากลุ่มทริปแทน (triptan) หรือ ยาที่มีส่วนผสมของเออโกทามีน (ergotamine)
- ระยะที่ไม่ปวดศีรษะ (ยาป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน) ต้องรับประทานติดต่อกันทุกวัน
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
อายุรแพทย์ระบบประสาท, กุมารแพทย์ ระบบประสาท กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
หากมีอาการปวดศีรษะดังต่อไปนี้ ควรพบแพทย์
- ปวดศีรษะครั้งแรกในชีวิต (ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน)
- ปวดศีรษะรุนแรงมากที่สุดในชีวิต ปวดฉับพลันทันที
- ปวดศีรษะมากจนต้องตื่นกลางดึก
- ปวดศีรษะข้างเดิมตลอด
- ปวดศีรษะมากขึ้นเมื่อไอ จาม เบ่ง ออกแรง เปลี่ยนท่าทาง หรือ ขณะมีเพศสัมพันธ์
- ผู้ป่วยอายุมากกว่า 50 ปีที่มีอาการปวดศีรษะครั้งแรกหรือเปลี่ยนไปจากเดิม
- ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น การติดเชื้อเรื้อรัง, โรคมะเร็ง, SLE (โรคแพ้ภูมิตนเองหรือลูปัส)
- ปวดศีรษะจนต้องใช้ยาแก้ปวดปริมาณมากหรือบ่อย
- ปวดศีรษะร่วมกับอาการผิดปกติอย่างอื่น เช่น ไข้ ผื่น เห็นภาพซ้อน หลงลืม พูดลิ้นแข็ง ปากเบี้ยว ชา อ่อนแรง เดินเซ ชัก สับสน เป็นต้น
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://med.mahidol.ac.th/ramamental/sites/default/files/public/pdf/Headache.PDF