ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome)

ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

ออฟฟิศซินโดรม คือ ชื่อเรียกกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) รวมถึงอาการปวดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและเนื้อเยื่อ ซึ่งกลุ่มอาการนี้พบได้บ่อยในผู้ที่นั่งทำงานในออฟฟิศ แต่ผู้ที่ไม่ได้ทำงานออฟฟิศที่มีท่าทางการทำงานที่ไม่ถูกต้องซ้ำๆ นานๆ ก็เป็นภาวะนี้ได้เช่นเดียวกัน เช่น คนขับรถ พนักงานโรงงาน หรือแม้กระทั่งนักศึกษา หรือผู้ที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์และมือถือนานๆ สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการดังกล่าว ได้แก่

  • ท่าทางการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งนานๆ การนั่งหลังค่อม การก้มคอดูมือถือหรือคอมพิวเตอร์นานๆ
  • การบาดเจ็บจากใช้งานบางส่วนของร่างกายซ้ำๆ หรือระยะเวลาในการทำงานต่อเนื่องที่มากเกินไป ทำให้ร่างกายเกิดการล้า เช่น การใช้ข้อมือซ้ำๆ ในการใช้เมาส์ การยกของผิดท่าซ้ำๆ
  • สิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น ลักษณะโต๊ะทำงาน หน้าจอคอมพิวเตอร์ แสงสว่างในห้องทำงาน

อาการของโรค

อาการมีได้หลากหลายขึ้นกับสาเหตุก่อโรค แบ่งออกได้ใหญ่ๆ เป็น 3 ลักษณะ

  • อาการปวดกล้ามเนื้อเฉพาะจุด ส่วนใหญ่มักเป็นบริเวณคอ บ่า ไหล่ สะบัก และมักมีอาการปวดร้าวไปบริเวณใกล้เคียงด้วย เช่น ร้าวไปศีรษะ ท้ายทอย กระบอกตา หรือแขน ลักษณะจะเป็นปวดล้าปวดตึง ความรุนแรงเป็นได้ตั้งแต่ปวดเล็กน้อยพอรำคาญไปจนถึงปวดทรมานตลอดเวลา
  • อาการอักเสบของเส้นเอ็น บริเวณที่มีการใช้งานซ้ำๆ เช่น นิ้วล็อค (Trigger Finger) เอ็นโคนนิ้วโป้งอักเสบ (De Quervain’s Disease) หรือเอ็นข้อศอกอักเสบ
  • อาการจากการกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการชา หรือปวดแปล๊บๆ เช่น พังผืดทับเส้นประสาทข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) พังผืดทับเส้นประสาทบริเวณข้อศอก (Cubital Tunnel Syndrome)

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

แพทย์จะสามารถวินิจฉัยภาวะออฟฟิศซินโดรมได้จากการซักประวัติอาการ และประวัติการใช้งานกล้ามเนื้อ หรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมที่จะเป็นสาเหตุก่อโรค ร่วมกับตรวจร่างกายบริเวณที่มีอาการ หรืออาจตรวจทางระบบประสาทเพิ่มเติม เพื่อช่วยในการวินิจฉัยแยกโรค

แนวทางการดูแลรักษา

  • การรักษาด้วยยา หลักๆคือ ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ และยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น Norgesic, Ibuprofen, Naproxen, Mydocalm, Paracetamol
  • การประคบเย็น หรือประคบร้อนบริเวณที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการ
  • การยืดเหยียดกล้ามเนื้อบริเวณที่มีอาการปวดตึง และการออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วนอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
  • การทำกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการ
  • ปรับอิริยาบถและพฤติกรรมการใช้งานกล้ามเนื้อที่เป็นเหตุให้เกิดโรค คือ ไม่ควรนั่งทำงานท่าเดิมนานๆ ควรเปลี่ยนท่าทางหรือลุกเดินทุก 1 - 2 ชั่วโมง ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่ทำงานให้เหมาะสม เช่น ระดับของโต๊ะเก้าอี้ หรือคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

แพทย์กายภาพบำบัด, กุมารแพทย์ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

สัญญาณอันตรายที่ควรไปพบแพทย์

  • ผู้สูงอายุ
  • มีโรคประจำตัว เช่น มะเร็ง ภาวะกระดูกพรุน เบาหวาน เป็นต้น
  • มีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หรือปวดมากตอนกลางคืน
  • มีอาการอ่อนแรงของแขน ขา มือ เท้า ร่วมด้วย
  • อุจจาระปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นไม่ได้
  • มีประวัติอุบัติเหตุรุนแรงมาก่อนหน้า
  • เมื่อรักษาด้วยตนเองตามวิธีข้างต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือแย่ลง

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.ram-hosp.co.th/news_detail/2281   https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/office-syndrome