เวียนศีรษะจากการเปลี่ยนท่าทาง (Postural hypotension)

เวียนศีรษะจากการเปลี่ยนท่าทาง
(Postural hypotension)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

ในคนปกติ เมื่อลุกขึ้นยืนจะมีเลือดคั่งที่เท้า ระบบประสาทจะส่งสัญญาณให้หลอดเลือดแดงหดตัวทันทีเพื่อคงระดับความดันเลือด และ มีเลือดที่ไปเลี้ยงสมองได้เพียงพอ แต่ในบางราย ระบบประสาทมีความผิดปกติ หรือ บางรายมีปริมาณเลือดไหลเวียนน้อยกว่าคนปกติ เมื่อยืนขึ้น เกิดความดันตกและการไหลเวียนของเลือดไปที่สมองลดลง มีอาการหน้ามืด วิงเวียนคล้ายจะเป็นลมชั่วขณะ เรียกความดันในลักษณะนี้ว่า ความดันตกในท่ายืน สาเหตุความดันตกในท่ายืนที่พบได้บ่อย

  • อายุที่มากขึ้น
  • ปริมาตรเลือดลดลงจากจากภาวะตกเลือด ภาวะซีด
  • ภาวะขาดน้ำ เช่น ท้องเสีย อาเจียน กินไม่ได้
  • ยาบางชนิด เช่น ยาต่อมลูกหมาก ยาขับปัสสาวะ
  • เบาหวาน หรือโรคพิษสุราเรื้อรัง
  • โรคพาร์กินสัน
  • ความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือด

อาการของโรค

ขณะลุกขึ้นนั่งหรือยืนทุกครั้งจะมีอาการหน้ามืด วิงเวียนจะเป็นลม อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตาพร่าตาลายร่วมด้วย มักจะหายเป็นปกติในระยะเวลาสั้นๆ

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

ใช้การวัดความดันในท่ายืนหลังจากยืนขึ้น 2-5 นาทีเทียบกับท่านอน โดยถ้ามีความดันตัวบนลดลงมากกว่า 20 มม.ปรอท หรือความดันตัวล่างลดลงมากกว่า 10 มม.ปรอท จะเรียกว่ามีความดันตกในท่ายืน และสามารถอธิบายภาวะเวียนศีรษะได้ หลังยืนยันการวินิจฉัยแล้ว ต้องทำการสืบค้นหาสาเหตุต่อว่าเกิดจากโรคใด แพทย์อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และตรวจพิเศษอื่นๆ

แนวทางการดูแลรักษา

เน้นให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ เช่น ให้น้ำเกลือหรือให้เลือดในภาวะขาดน้ำหรือตกเลือด ปรับยาใช้ให้เหมาะสมถ้าเกิดจากการลดหรือเพิ่มขนาดยา แพทย์อาจให้ยากลุ่มสเตียรอยด์หรือยากระตุ้นความดันในรายที่มีอาการบ่อยๆ

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

อายุรแพทย์, กุมารแพทย์ ระบบประสาท กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้ ควรระมัดระวัง เวลาเปลี่ยนท่าทาง จากนอนเป็นนั่ง หรือนั่งเป็นยืน ควรทำอย่างช้าๆ เนื่องจากการเวียนศีรษะ หน้ามืด อาจตามด้วยการล้ม และเกิดอุบัติเหตุกับศีรษะได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.rcot.org/datafile/_file/_doctor/9c246c8db0cbab39beafd71f7b87cbef.pdf https://www.aafp.org/afp/2011/0901/p527.html