สงสัยภาวะตั้งครรภ์ (Pregnancy)

สงสัยภาวะตั้งครรภ์ (Pregnancy)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ ภาวะที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ แล้วได้ตัวอ่อนเกิดขึ้นมา ในการตั้งครรภ์ปกติ ตัวอ่อนจะไปฝังอยู่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก และตัวอ่อนจะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่าง ๆ จนเจริญเติบโตเป็นทารก ซึ่งผู้หญิงโดยทั่วไปที่มีประจำเดือนปกติและมาสม่ำเสมอทุก ๆ 28 - 30 วัน จะตั้งครรภ์ประมาณ 40 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด

อาการของโรค

  • ประจำเดือนขาด
  • มีอาการแพ้ท้อง ปรากฏในช่วงตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 สัปดาห์ และอาจกินเวลาต่อไปนานถึง 12 สัปดาห์ จะมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน มักจะมีอาการแพ้หลังตื่นนอนตอนเช้า แต่บางคนก็แพ้ได้ตลอดทั้งวัน
  • มีอาการอ่อนเพลีย
  • มีอารมณ์แปรปรวน
  • การเปลี่ยนแปลงของเต้านม เต้านมจะเริ่มคัดตึง ขยายใหญ่ขึ้น
  • รู้สึกเด็กดิ้น เมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 4 - 5 เดือน

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

อาศัยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะยืนยันการตั้งครรภ์ และทำอัลตราซาวนด์เพื่อประเมินว่าการตั้งครรภ์เกิดในมดลูกหรือไม่ และมีอายุครรภ์เท่าใด ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องเจาะเลือดเพื่อช่วยยืนยันการตั้งครรภ์ในระยะแรก

แนวทางการดูแลรักษา

  1. หญิงตั้งครรภ์ทุกคนควรไปฝากครรภ์กับสูติแพทย์ และเข้ารับการตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ
  2. การรับประทานอาหาร หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับประทานอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน และควรได้รับธาตุเหล็กเสริมในระหว่างการตั้งครรภ์
  3. การออกกำลังกาย สามารถออกกำลังกายได้ถ้าไม่ใช้แรงมากๆ
  4. การขับถ่าย การดื่มน้ำให้มากพอ รับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารมากขึ้นอย่างผักและผลไม้ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการท้องผูกได้
  5. การสวมใส่เสื้อผ้าสวมใส่เสื้อผ้าที่เมื่อสวมแล้วรู้สึกสบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป
  6. ควรงดสูบบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์
  7. การมีเพศสัมพันธ์ หญิงตั้งครรภ์สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ยกเว้นในช่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์
  8. การใช้ยาเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วย ในขณะตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะยาบางชนิดมีผลทำให้ทารกพิการได้

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

สูตินรีแพทย์

ข้อควรระวัง

อาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์

  1. มีเลือดออกจากช่องคลอด ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม
  2. แพ้ท้องรุนแรง หรือยาวนานมากกว่าปกติ
  3. ความดันโลหิตสูง ร่วมกับปวดศีรษะ ตาพร่ามัว บวมบริเวณมือ เท้า หรือใบหน้า
  4. เด็กดิ้นน้อยลง โดยเฉพาะหลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน
  5. ปวดท้องมาก หญิงตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัว ควรรีบไปฝากครรภ์เพื่อประเมินความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ว่าโรคประจำตัวหรือยาที่ทานจะส่งผลต่อทารกในครรภ์หรือตัวคุณแม่หรือไม่

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.sikarin.com/health/อาการคนท้องเดือนแรก-สัญ    https://www.cdc.gov/pregnancy/index.html