ไวรัส RSV คืออะไร ? อาการเป็นยังไง ? ภัยร้ายของลูกน้อยที่มากับฝน
หน้าฝนคงจะเป็นอีกฤดูที่ทำให้ผู้ปกครองหลายๆคนกังวล
เนื่องจากหน้าฝนมักมาพร้อมกับโรคร้ายต่างๆ
อย่างโรคไข้หวัดใหญ่ ต่อทอมซินอักเสบ
หรือจะเป็นโรคสุดฮิตอย่าง โรคฉี่หนู
แต่รู้หรือไม่ว่า…มีอีก 1 สิ่งที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม
โดยเฉพาะผู้ที่มีลูกเล็ก นั่นคือ ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus)
ซึ่งเจ้าตัวไวรัสนี้ทำให้ทางเดินหายใจอักเสบ
หรือมีการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจนั่นเอง
หากใครติดตามข่าวในช่วงนี้ อาจได้เคยเห็นข่าวที่น่าสลดใจ
ว่า มีเด็กน้อยผู้โชคร้ายได้เสียชีวิตจากโรคนี้ที่เมืองโคราช
โดยตามรายงานข่าวพบว่า น้องอาจติดเชื้อมาจากพี่ที่ไปโรงเรียนนั่นเอง
เจ้าไวรัสนี้ สามารถถูกพบเจอได้ในทุกวัย
แต่มักพบในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี
พบบ่อยในช่วงฤดูฝนและต้นหนาว หรือช่วงนี้นี่เอง

อาการเป็นยังไง ?
หากเป็นในเด็กโตและผู้ใหญ่ อาจหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
แต่อาการอาจรุนแรงหากติดเชื้อในเด็กเล็ก
อาการของ RSV นั้นค่อนข้างทั่วไปมาก จึงอาจทำให้ผู้ปกครอง
หรือคนรอบข้างของเด็กๆ คิดว่าอาการเหล่านี้อาจไม่ได้ร้ายแรงมากนัก
- มีไข้
- ไอจาม เจ็บคอ
- มีน้ำมูก
- ปวดหัว
ความน่ากลัวของ เจ้า RSV ที่เป็นไวรัสนั้นอยู่ที่การที่มันสามารถพัฒนา
ไปสู่โรคที่รุนแรงได้ หากเชื้อลงไปสู่ระบบหายใจส่วนล่าง
ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจถูกทำลาย อาจเกิดภาวะปอดอักเสบ
และอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียด้วย
อีกหนึ่งความน่ากลัวของโรคนี้คือ การที่ผู้ติดเชื้อไวรัสนี้
นั้นมีอาการเหมือนโรคไข้หวัดธรรมดามาก และอาจมารักษาช้าเกินไปนั่นเอง
ถึงแม้การเสียชีวิตจะพบไม่มาก แต่การที่เราตื่นตัวกับอาการเหล่านี้
ไว้ก่อนอาจช่วยลดความเสี่ยงอื่นๆได้

แล้วจะเช็กอาการยังไงดี ?
หากมีอาการไม่พึงประสงค์ หรือกังวลใดๆ
สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Agnos เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้น
ด้วยตัวเองก่อนได้ เพียงใส่ข้อมูลและตอบคำถามของ AI ปัญญาประดิษฐ์
ให้ครบ ประกอบการตัดสินใจในการรักษาขั้นต่อไปนั่นเอง
อาการเสี่ยงที่เราต้องสังเกต
นอกจากอาการที่คล้ายๆไข้หวัดใหญ่แล้ว
หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
- ลูกน้อยดูดนม หรือกินน้อยลง
- ไอมากผิดปกติ
- หอบเหนื่อย
- หายใจเร็ว หรือหายใจมีเสียงวี๊ด
- หายใจมีเสียงผิดปกติ
- เล็บเขียว ตัวเหลือง
- มีเสมหะสีคล้ำเขียว หรือสีเหลือง
**ยิ่งเด็กมีอายุน้อยเท่าไหร่ก็อาจยิ่งทำให้ความเสี่ยงนั้นสูงขึ้น
ควรรีบมาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการที่ผิดปกติ**

ลูกเราติดจากไหน ?
เจ้า RSV ที่เป็นไวรัส สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ
ไม่ว่าจะเป็นผ่านทางปาก ตา หรือจมูก หรือแม้แต่การเอามือ
ที่อาจสัมผัสกับเชื้อไปจับตามบริเวณใบหน้านั่นเองโดย
ระยะฝักตัวจะอยู่ที่ 2-6 วันหลังจากได้รับเชื้อ และผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้
ติดซ้ำได้มั้ย..?
เจ้าเชื้อไวรัส RSV สามารถติดซ้ำได้หลายครั้งไปตลอดชีวิต
แต่อาการจะน้อยลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของแต่ละคนด้วย
อีกหนึ่งความอันตรายของ RSV
เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนและยารักษาโรคโดยตรง
จึงต้องรักษาตามอาการ
ติดเชื้อ RSV กินยาเองได้มั้ย ?
หากอาการไม่รุนแรง สามารถกินยาตามอาการได้
เช่น หากมีไข้ สามารถกินยาลดไข้ พักผ่อนให้มากๆ นั่นเอง
** แต่หากกินยาแล้ว อาการไม่ดีขึ้นภายใน 4 วัน ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
กลุ่มเสี่ยง
นอกจากเด็กเล็กแล้ว กลุ่มเสี่ยงอื่นๆ อย่างผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจมีโอกาสติดเชื้อและมีอาการรุนแรงกว่าบุคคลทั่วไป
- โรคหอบหืด
- โรคปอดเรื้อรัง
- โรคหัวใจแต่กำเนิด
- โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ
- โรคทางระบบประสาทผิดปกติ
- โรคความผิดปกติทางพันธุกรรม
การป้องกัน RSV
การใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ พกแอลกอฮอล์
ยังคงเป็นวิธีที่สำคัญในการป้องกันโรคต่างๆได้อย่างดี
- ทำความสะอาดของเล่น และอุปกรณ์ที่ใช้บริโภคของลูกน้อยบ่อยๆ เช่น แก้วน้ำ
- หลีกเลี่ยงการหอม หรือจูบ เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ
- ล้างมือให้สะอาดก่อนอุ้มลูกน้อย
นอกจากนี้การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่และพักผ่อนให้เพียงพอ
ก็สามารถช่วยให้ภูมิคุ้มกันของลูกน้อยและเราเองดีขึ้น
เพื่อต่อสู้กับโรคและไวรัสต่างๆได้นั่นเอง
อย่าลืมล้างมือ และหมั่นสังเกตอาการของคนรอบข้างของเราอยู่เสมอ
เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อและการเข้ารับการรักษาได้อย่างถูกต้องและทันเวลา !
หากมีอาการกังวลใดๆ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Agnos ได้ฟรี
อ้างอิง :
http://www.khonkaenram.com/th/services/health-information/health-articles/pediatrics/info-rsv
https://news.ch7.com/detail/594134
https://www.nonthavej.co.th/rsv-virus.php
https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/rsv
https://www.bangkokhospital.com/content/respiratory-syncytial-virus
https://www.medparkhospital.com/content/rsv