ภาวะนิ่วในทางเดินน้ำดี (Symptomatic Gallstone)
ท้องอืด แน่นท้อง..หรือเราจะเป็นภาวะนิ่วในทางเดินน้ำดี?
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
ถุงน้ำดีคืออวัยวะภายในร่างกาย อยู่บริเวณส่วนล่างของตับ เอาไว้เก็บน้ำดีที่สร้างมาจากตับ ทำหน้าที่สำคัญใน การช่วยย่อยไขมันที่เรารับประทานเข้าไป เพื่อสร้างเป็นพลังงานต่อไป เมื่อมีภาวะที่น้ำดีคั่งค้างอยู่ในถุงน้ำดี จะทำให้มีโอกาสก่อตัวขึ้นมาเป็นนิ่วในถุงน้ำดี และ นิ่วในทางเดินน้ำดีได้
อาการของโรค
ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี และ นิ่วในทางเดินน้ำดีจะไม่มีอาการ แต่เมื่อใดที่มีอาการ จะมีอาการดังนี้
- ปวดท้องบริเวณด้านบน และ บ่อยครั้งที่จะปวดบริเวณด้านขวาบนใต้ซี่โครง มักมีแน่นอืดท้อง อาหารไม่ย่อย มีลมมาก หรือ มีอาการปวดท้องเป็นพัก ๆ (colic) ซึ่งมักเป็นหลังรับประทานอาหารมันๆ อาจเป็นอยู่หลายชั่วโมงแล้วหายไป
- บางครั้งมีอาการปวดร้าวไปด้านหลัง หรือ ไหล่ด้านขวา
- คลื่นไส้ และ อาเจียน นิ่วในถุงน้ำดี และ นิ่วในทางเดินน้ำดี เมื่อไม่มีอาการไม่จำเป็นต้องรักษา แต่เมื่อใดที่มีอาการควรเข้ารับการรักษา อาการจะสามารถเป็นๆหายๆได้ แต่มักจะแย่ลงเรื่อยๆ
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
- อาจวินิจฉัยได้จากภาพถ่ายรังสีช่องท้อง (plain abdomen) สำหรับรายที่เป็นนิ่วที่มีแคลเซียม (calcium) เป็นส่วนประกอบซึ่งพบได้ 33-48% ของผู้ป่วย การวินิจฉัยที่ยืนยันนิ่วในถุงน้ำดี อย่างน้อยต้องมีภาพถ่ายรังสี
- การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasonography) ยอมรับกันว่า เป็นวิธีการที่ดีมากในการยืนยันการวินิจฉัยว่าเป็นนิ่วในปัจจุบัน
แนวทางการดูแลรักษา
การรักษาสามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบ
- ไม่ต้องรักษาใดๆ - สำหรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ
- การผ่าตัดเพื่อเอาถุงน้ำดีออก, เอานิ่วในถุงน้ำดี และ ในทางเดินน้ำดีออก - ภายหลังการผ่าตัดมักไม่ส่งผลถึงระบบการย่อยอาหารมากนัก แต่ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยสามารถมีอาการเบาๆ ได้เช่น ถ่ายเหลว, มีลมในท้อง, ท้องอืด
- การรักษาเพื่อเอานิ่วออกแต่เก็บถุงน้ำดีไว้ - โดยการทานยาเพื่อให้นิ่วสลายไป แต่ยาสามารถใช้ในนิ่วบางชนิดเท่านั้นและใช้เวลานานเป็นหลักเดือนถึงปีกว่าจะได้ผล อีกทั้งนิ่วสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีกด้วย
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
ศัลยแพทย์ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี, กุมารแพทย์ ระบบทางเดินอาหาร กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี และ นิ่วในทางเดินน้ำดี มีความเสียงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา เช่น ถุงน้ำดีอักเสบ หรือ ท่อทางเดินน้ำดีอักเสบ เป็นต้น ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงขึ้นเฉียบพลัน เช่น ปวดท้องด้านบนมากขึ้น ตัวเหลือง ตาเหลือง มีไข้สูง ควรพบแพทย์โดยทันที
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.bangkokhospital.com/content/gall-stone http://www.rcst.or.th/web-upload/filecenter/CPG/Gallstone%20.html