ปวดศีรษะจากความเครียด (Tension Headache)
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
เป็นอาการปวดหัวที่พบบ่อยที่สุด เชื่อว่าเกิดจากความไวที่เพิ่มขึ้นต่อความเจ็บปวด ในระบบประสาทส่วนกลาง ร่วมกับการตึงตัวของกล้ามเนื้อรอบศีรษะ โดยปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดขึ้นอาการปวดได้ง่าย เช่น ความเหนื่อย ความเครียด ความวิตกกังวล การนอนผิดท่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน
อาการของโรค
อาการปวดหัวทั้งสองข้าง ค่อนไปทางด้านหน้าและด้านบนของศีรษะ คล้ายโดนบีบรัดบริเวณศีรษะ ความรุนแรงของอาการปวดที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันในแต่ละครั้ง แต่มักรุนแรงระดับ น้อย ถึงปานกลาง อาการปวดอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึงหลายวัน
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
อาศัยประวัติจากผู้ป่วยเป็นหลัก
แนวทางการดูแลรักษา
อาการปวดมักดีขึ้นหลังพักผ่อน หลีกเลี่ยง หรือกำจัดปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ปวดหัวดังกล่าวข้างต้น หากไม่ดีขึ้นสามารถกินยาแก้ปวด กลุ่มพาราเซตามอล หรือ ยาลดการอักเสบที่ไม่ไช่สเตียรอด์ (NSAIDs) ได้ ถ้ากินยาไปสักพักแล้วอาการปวดไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
อายุรแพทย์ระบบประสาท, กุมารแพทย์ ระบบประสาท กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
หากมีอาการปวดศีรษะดังต่อไปนี้ ควรพบแพทย์
- ปวดศีรษะครั้งแรกในชีวิต (ไม่เคยปวดแบบนี้มาก่อน)
- ปวดศีรษะรุนแรงมากที่สุดในชีวิต ปวดฉับพลันทันที
- ปวดศีรษะมากจนต้องตื่นกลางดึก
- ปวดศีรษะข้างเดิมตลอด
- ปวดศีรษะมากขึ้นเมื่อไอ จาม เบ่ง ออกแรง เปลี่ยนท่าทาง หรือ ขณะมีเพศสัมพันธ์
- ผู้ป่วยอายุมากกว่า 50 ปีที่มีอาการปวดศีรษะครั้งแรกหรือเปลี่ยนไปจากเดิม
- ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น การติดเชื้อเรื้อรัง, โรคมะเร็ง, SLE (โรคแพ้ภูมิตนเองหรือลูปัส)
- ปวดศีรษะจนต้องใช้ยาแก้ปวดปริมาณมากหรือบ่อย
- ปวดศีรษะร่วมกับอาการผิดปกติอย่างอื่น เช่น ไข้ ผื่น เห็นภาพซ้อน หลงลืม พูดลิ้นแข็ง ปากเบี้ยว ชา อ่อนแรง เดินเซ ชัก สับสน เป็นต้น
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://med.mahidol.ac.th/ramamental/sites/default/files/public/pdf/Headache.PDF