วันมะเร็งโลก !
ตรงกับวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี กำหนดขึ้นโดย องค์การอนามัยโลกและสมาคมต่อต้านมะเร็งสากล เพื่อบรรเทาปัญหาการเจ็บป่วย การเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง
รณรงค์ให้ผู้คนตรวจเช็กสุขภาพ และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งอีกด้วย
มะเร็งเป็นหนึ่งในโรคอันดับต้นๆ ที่คร่าชีวิตคนไปมากถึงปีละ 7 ล้านคน และคาดว่าอีก 17 ปีข้างหน้า จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มถึง 13 ล้านคน
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้ามะเร็งกันก่อน…มันคืออะไร ทำไมแค่เอ่ยชื่อคนถึงกลัว ?
มะเร็งคืออะไร
มะเร็งคือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่เติบโตผิดปกติในอวัยวะส่วนต่างๆของเรา จนทำให้เป็นเป็นก้อนเนื้อร้ายที่ลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง หรือ กระจายไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ โรคมะเร็งนั้นมีหลายแบบขึ้นอยู่กับจุดกำเนิดโรคและชนิดของเซลล์มะเร็ง
โดยทั่วไปมะเร็งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ดังนี้
- มะเร็งที่มีจุดกำเนิดเยื่อบุอวัยวะต่างๆ (Carcinoma)
- มะเร็งที่มีจุดกำเนิดมาจากเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก (Leukemia) ทำให้มีความผิดปกติของเม็ดเลือด
- มะเร็งที่มีจุดกำเนิดมากจากกระดูก (Sarcoma) กระดูกอ่อน ไขมัน กล้ามเนื้อ หรือ เส้นเลือด
- สมองและไขสันหลัง (Central Nervous System Cancer)
- มะเร็งที่มีจุดกำเนิดมาจากเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกัน (Lymphoma and Myeloma)
ระยะของมะเร็ง
ระยะของมะเร็งคือหนึ่งในข้อบ่งชี้ของความรุนแรง และบอกแนวทางของการรักษา
อย่างที่หลายๆคนรู้ โดยทั่วไปมะเร็งมี 4 ระยะ ได้แก่
มะเร็งระยะที่ 0
คือ มะเร็งระยะต้นๆ (Carcinoma in site) โดยจะอยู่บริเวณชั้นของเซลล์ปกติยังไม่แทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อ
ปกติตรวจพบเซลล์ที่ผิดปกติบริเวณผิวนอกสุดและยังไม่ใช่เซลล์มะเร็ง แต่เซลล์ที่ผิดปกตินี้อาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งและกระจายไปยังเนื้อเยื่อบริเวณอื่นได้
มะเร็งระยะที่ 1
โดยส่วนมากในระยะที่ 1 จะสามารถเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือตาเปล่า เพราะมีขนาดตั้งแต่ 3-5 เซนติเมตร มะเร็งระยะนี้จะยังคงอยู่ในอวัยวะที่เกิดมะเร็งท่านั้น
มะเร็งระยะที่ 2
มะเร็งอาจกระจายออกไปในบริเวณใกล้เคียงอวัยวะที่กำเนิดมะเร็ง และอาจแพร่ไปยังอวัยวะหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงด้วย
มะเร็งระยะที่ 3
มะเร็งอาจกระจายออกไปยังต่อมน้ำเหลือง ขนาดของก้อนอาจต่างกัน
มะเร็งระยะที่ 4
เซลล์มะเร็งกระจายออกไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ลำไส้ หรือปอด
นอกจากนี้เซลล์มะเร็งจะแบ่งตัว เติบโต และร่างกายของเราอาจไม่สามารถควบคุมการเติบโตลุกลามได้ มะเร็งอาจเข้าไปในอวัยวะใกล้เคียง โดยอาจเข้าผ่านกระแสเลือด หรือต่อมน้ำเหลืองได้ ซึ่งเรียกว่าการลุกลามแพร่กระจาย (Metastasis)
นอกจากนี้ 4 ระยะของมะเร็งยังสามารถแบ่งย่อยออกไปได้อีกเป็น A B C หรือ 0 1 2 ด้วย เนื่องจากบางทีเซลล์อาจมีลักษณะเป็นเซลล์มะเร็ง แต่ยังไม่มีการรุกรานไปยังอวัยวะใกล้เคียง
เป็นมะเร็งปุ๊ป เท่ากับเสียชีวิตเลยมั้ย ?
อย่างที่เรารู้กันดีว่าระยะของมะเร็งและชนิดของมะเร็งนั้น มีส่วนสำคัญต่อการรักษาเป็นอย่างมาก
แล้วอะไรล่ะ คือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เราเป็นมะเร็ง ?
จริงๆแล้วปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริงของ โรคมะเร็ง ยังไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน เนื่องจากแต่ละคนมีร่างกาย หรือวิธีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป
แต่ในปัจจุบันเราสามารถพอจะรู้จากปัจจัยเสี่ยงที่อาจไปกระตุ้นความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ เช่น
- อายุ
- กรรมพันธุ์
- ความไม่สมดุลทางฮอร์โมนในร่างกาย
- การกินอาหารที่อาจไม่ถูกสุขลักษณะมากนัก เช่น อาหารไขมันสูง หรือการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นประจำ
- การสูบบุหรี่
- การใช้สารเคมี หรือได้รับสารเคมี
- การได้รับรังสีต่างๆ เช่น รังสีเอกซเรย์ นิวเคลียร์ หรือแก๊ส ซึ่งหากได้รับปริมาณสูง เกินค่าที่กำหนด อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งได้
- การขาดการออกกำลังกาย
แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะ..ว่าเราเสี่ยงเป็นมะเร็งมั้ย ? มีสัญญาณอะไรบ้าง ?
- เจ็บปวดเรื้อรังตามร่างกายที่ผิดปกติ มีจุดที่ปวดเรื้อรังเป็นเวลานาน
- ตรวจพบก้อนผิดปกติตามร่างกาย เช่น ก้อนที่เต้านม ก้อนที่คอ หรือก้อนเนื้อที่ท้อง
- ขับถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะผิดปกติ เช่น ขับถ่ายหรือปัสสาวะปนเลือด มีสีดำ ลำถ่ายอุจจาระเล็กลง ขับถ่ายลำบากมากขึ้น
- มีไฝเกิดใหม่ หรือ ไฝที่มีอยู่่เดิมรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น ขนาดมีการขยายใหญ่ขึ้น มีเลือดออกที่บริเวณไฝ ผิดปกติ หรือ มีอาการคัน
- พฤติกรรมการกินอาหารเปลี่ยนไป เช่น ไม่ค่อยอยากอาหาร อิ่มเร็ว กินแล้วรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน กลืนลำบาก
- มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก เช่น ลดลง เพิ่มขึ้น อย่างไม่ทราบสาเหตุ
- มีสารคัดหลั่ง หรือ เลือดออกผิดปกติ เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด มีเลือดออกทางทวารหนักทางทวารหนัก มีเลือดหรือน้ำออกหัวนม มีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือ ตกขาวผิดปกติ
บางคนอาจคิดว่า เราแข็งแรง ไม่เป็นอะไรหรอก มะเร็งเป็นเรื่องไกลตัวเรา แต่จริงๆแล้วมะเร็งอาจใกล้ตัวกว่าที่เราคิด !
ในปี 2561 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็ง วันละมากกว่า 300 คน หรือ ประมาณมากกว่า 130,000 คนต่อปี
5 อันดับมะเร็งที่พบบ่อยมากที่สุดในคนไทย คือ
- มะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี
- มะเร็งปอด
- มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
- มะเร็งเต้านม
- มะเร็งปากมดลูก
1. มะเร็งตับและมะเร็งท่อน้ำดี
มะเร็งตับ ส่วนใหญ่อาจเกิดจาก การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ตับอักเสบจากไขมันพอกตับ และได้รับสารเคมีบางชนิดมากเกินไป เช่น อะฟลาท็อกซิน ซึ่งมาจากเชื้อรา ที่ปนเปื้อนในอาหารแห้ง ธัญพืช ถั่วเหลือง ถั่วลิสง
ส่วน มะเร็งท่อน้ำดี เกิดจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเรื้อรัง ซึ่งอาจเกิดจากการกินอาหารดิบ โดยเฉพาะปลาดิบที่อาจมีการปนเปื้อนตัวพยาธิใบไม้ในตับ เช่น ปลาตะเพียน ปลาร้าดิบ ปลาส้ม
พยาธิใบไม้ในตับอาจอาศัยอยู่ที่เนื้อปลาและเกล็ดใต้ครีบปลา ซึ่งตัวพยาธิใบใม้ในตับจะเข้าไปสะสมบริเวณท่อทางเดินน้ำดี และทำให้เกิดการอักเสบ เมื่อเกิดการอับเสบเรื้อรังจนทำให้เซลล์แบ่งตัวผิดปกติ ก็จะทำให้เกิดเซลล์มะเร็งตามมา
2.มะเร็งปอด
ไม่จำเป็นต้องสูบบุหรี่ เราก็สามารถเป็น มะเร็งปอด ได้ !
มะเร็งปอด เกิดจากการเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ จนอาจทำให้เกิดเป็นก้อนเซลล์ผิดปกติ
ส่วนมากเซลล์จะตรวจพบได้เมื่อมีขนาดใหญ่ และแพร่ไปตามบริเวณตามร่างกายอื่นๆ
โดยมะเร็งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามขนาดของเซลล์ได้ดังนี้
- มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (small cell lung cancer) พบได้ประมาณ 10-15% เซลล์จสามารถเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วมาก ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนมากจะรักษามะเร็งปอดชนิดนี้ด้วยใช้ยาหรือฉายรังสี
- มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (non-small cell lung cancer) พบได้บ่อยกว่ามะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก แต่แพร่กระจายได้ช้ากว่าและสามารถรักษาให้หายได้โดยการผ่าตัดหากพบตั้งแต่เนิ่นๆ
3.มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมักเกิดจากติ่งเนื้อขนาดเล็ก ที่เรียกว่า โพลิป (Polyp) เป็นเซลล์เนื้อผิดปกติ ที่งอกจากผนังลำไส้ มีขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย เนื่องจากขนาดที่เล็กของติ่งเนื้อ จึงทำให้ผู้ป่วยมักไม่มีอาการผิดปกติ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5-10 ปี ในการเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งลำไส้ ซึ่งหากสามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่เริ่มแรกและทำการตัดรักษาได้จนหมดจะเป็นการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
4.มะเร็งเต้านม
มะเร็วเต้านม เป็นอีกหนึ่งชนิดมะเร็งที่ผู้หญิงเป็นกันมากที่สุด โดย 1 ใน 8 ของผู้หญิงจะเป็นมะเร็งเต้านม
ในปี 2020 มีผู้หญิง 2.3 ล้านคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม และมีผู้เสียชีวิต 685,000 คนทั่วโลก
สิ้นปี 2020 มีผู้หญิงที่ยังมีชีวิตอยู่ 7.8 ล้านคนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นับได้ว่ามะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในมะเร็งที่แพร่หลายมากที่สุดในโลก
แล้วเราจะรู้ได้ยังไงล่ะ..ว่าเราเสี่ยงมั้ย ?
การสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเรา อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการตรวจเช็กมะเร็งเต้านม เนื่องจากในระยะแรกๆของมะเร็งเต้านมอาจไม่ได้มีอาการเจ็บปวดหรืออาการใดๆ จึงทำให้ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัวได้
ความผิดปกติ
- คลำพบก้อนที่เต้านม
- ขนาดหรือรูปร่างของเต้านมเปลี่ยนแปลงไป
- ผิวหนังบริเวณเต้านมผิดปกติ เช่น มีรอยบุ๋ม รอยย่น ผิวคล้ายเปลือกส้ม หรือมีสะเก็ด
- หัวนมผิดปกติ เช่น หัวนมมีการหดตัว หัวนมบอด คัน แดง
- มีเลือดหรือของเหลวผิดปกติออกทางหัวนม
- เจ็บที่เต้านม
- มีก้อนที่รักแร้
5.มะเร็งปากมดลูก
โรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) ส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อ ไวรัสฮิวแมนแปปิโลมา (Human Papilloma Virus) หรือ HPV ส่วนมากจะติดจากการมีเพศสัมพันธ์ สามารถติดได้ทั้งสองเพศ เพราฉะนั้นการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อตัวนี้ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ถือได้ว่าเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
อีกสิ่งหนึ่งที่น่ากลัว คือในระยะแรกๆ มะเร็งปากมดลูก จะไม่ค่อยแสดงอาการใดๆ หรือมีอาการที่ค่อนข้างทั่วไป จึงยากที่ผู้ป่วยจะรู้ตัวและคิดว่าอาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของมะเร็งปากมดลูก นอกจากนี้หากได้รับเชื้อตัวนี้เข้าไป เท่ากับเราเสี่ยงเป็น มะเร็งปากมด ลูกทันที
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ
- เลือดออกจากช่องคลอด (แม้ไม่เป็นประจำเดือน)
- เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
- เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- ปัสสาวะไม่ค่อยออก
- ปัสสาวะ อุจจาระเป็นเลือด
- ปวดท้องน้อย
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
- เหนื่อยง่าย รู้สึกอ่อนเพลีย
- ตกขาวผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
- ตกขาวปนเลือด
***หากมีอาการรุนแรง หรืออยู่ในระยะลุกลาม อาจมีอาการปวดหลัง ขาบวม และไตวายได้
การรักษามะเร็งมีวิธีอะไรบ้าง ?
การรักษา มะเร็ง นั้นมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของมะเร็ง
โดยอาจใช้วิธีเดียว หรือ หลายวิธีร่วมกันได้
- การผ่าตัด : จะผ่าเอาก้อนเนื้อมะเร็งออก
- ใช้รังสีรักษามะเร็ง : ใช้รังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
- การทำฮอร์โมนบำบัด : ใช้ฮอร์โมนเพื่อหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็ง
- การทำเคมีบำบัด : ใช้สารเคมีฆ่าเซลล์มะเร็ง
เราจะป้องกันมะเร็งได้ยังไงบ้าง ?
- กินอาหารที่มีประโยชน์ และให้ครบ 5 หมู่
- หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 5 วันต่อสัปดาห์ อย่างน้อยวันละ 30 นาที
- ดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี
- มีเพศสัมพันธุ์อย่างปลอดภัย เช่น ใช้ถุงยางอนามัย
- หากจำเป็นต้องอยู่ท่ามกลางแดด ควรใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแดด เช่น ครีมกันแดด
- ควรทราบประวัติคนที่เป็นมะเร็งในครอบครัว เพื่อทำการตรวจหาความเสี่ยงของตัวเอง
- ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
โดยทาง Agnos เองก็มีแพ็กเกจตรวจสุขภาพดีๆมาแนะนำ ตรวจครบจบทุกความกังวลที่ PCT แล็ป ที่ได้มาตราฐานเทียบเท่าโรงพยาบาลชั้นนำ !
ยิ่งตรวจพบได้ไว ก็จะยิ่งมีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้น การตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ อาจเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดความรุนแรงของมะเร็งได้
เราจึงอยากเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงย้ำเตือนให้ทุกคนคอยหมั่นเช็คร่างกายของตัวเอง และสังเกตอาการคนรอบข้างอยู่เสมอ ที่สำคัญที่สุด อาการป่วยเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย หากพบอาการผิดปกติใดๆดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุด
“เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนด้วยนะ”
อ้างอิง : https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/cancer
https://www.synphaet.co.th/มะเร็ง-คือ-อะไร/
https://www.bumrungrad.com/th/conditions/lung-cancer
https://www.prachachat.net/general/news-869575
https://www.wattanosothcancerhospital.com/all-about-cancer/general-information-about-cancer
https://www.khonkaenram.com/th/services/health-information/health-articles/med/cancer
https://www.wattanosothcancerhospital.com/all-about-cancer/general-information-about-cancer
https://www.sikarin.com/health
https://www.bangkokpattayahospital.com/th/healthcare-services/gi-liver-center-th/gi-articles-th/item/2879-colon-cancer-th.html
https://www.agnoshealth.com/articles/pink-october
https://www.agnoshealth.com/articles/cervical-cancer-and-hpv-vaccine
https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/january-2007/10-ways-to-lower-your-cancer-risk
https://www.wattanosothcancerhospital.com/all-about-cancer/general-information-about-cancer
https://www.bangkokpattayahospital.com/th/healthcare-services/gi-liver-center-th/gi-articles-th/item/2879-colon-cancer-th.html
https://www.agnoshealth.com/articles/pink-october
https://www.agnoshealth.com/articles/health-wellness-searchsymptoms
https://www.synphaet.co.th/
https://www.canceralliance.co.th/มะเร็งมีกี่ระยะ/
https://www.rama.mahidol.ac.th/cancer_center/th/protfolio/knowledge/gyne/servix