ก้มมอง อึ ตัวเองทุกครั้งหลังเสร็จธุระ ไม่ได้โรคจิต อาจช่วยให้สุขภาพดีขึ้น !

ก้มมอง อึ ตัวเองทุกครั้งหลังเสร็จธุระ ไม่ได้โรคจิต อาจช่วยให้สุขภาพดีขึ้น !

สารภาพมาซะดีๆ ว่าใครเคยทำบ้าง..พอทำธุระเสร็จ ต้องก้มมองอึของตัวเอง พิจารณาหน้าตาของมันแบบละเอียดเลยทีเดียว

แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า…การกระทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะ ! เพราะเจ้าก้อนอึทั้งหลายเนี่ย อาจบอกได้ว่าเราเสี่ยงโรคอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นใครไม่เคยทำเนี่ย ก็ลองทำดูบ้างสิ !

เรามาเริ่มกันที่ คำถามที่อาจคาใจใครหลายๆคนอยู่ตอนนี้ก็ได้ว่า

เราควรถ่ายวันละกี่ครั้ง?

เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการถ่ายหนักของเรา เช่น อาหารการกิน ปริมาณน้ำที่ดื่ม หรือการออกกำลังกาย จึงยากที่จะบอกตัวเลขเป๊ะๆได้ บางคนอาจถ่ายวันละครั้ง หรือบางคนอาจถ่าย 2-3 วันครั้ง ต้องดูลักษณะของอึคนๆนั้นด้วย

แต่ที่แน่ๆคือ หากใครถ่ายเกินวันละ 3 ครั้ง ควรไปพบแพทย์เพื่อหาต้นเหตุของการถ่าย อาจเกี่ยวข้องกับนิสัยการกิน หรืออาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคก็ได้

โดยหากถ่ายบ่อยๆ หรือมีอาการท้องเสียร่วมด้วย อาจเสี่ยง

  • ภาวะลำไส้ติดเชื้อ
  • อาหารเป็นพิษ
  • กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน
  • การดูดซึมอาหารที่ไม่ปกติ
  • ลำไส้มีการอักเสบ
  • การใช้ยาบางชนิด หรือเคยรักษาด้วยรังสี

มาต่อด้วยคำถามที่หลายๆคนอาจสงสัยต่อเนื่องจากคำถามแรก คือ

อึที่ดี เป็นแบบไหน ?

โดยปกติแล้ว อึ ที่มีสุขภาพดีเนี่ย ก็จะมีลักษณะเป็นก้อนยาว ผิวเรียบ ไม่แข็ง บ่งบอกได้ถึงลักษณะการกินที่เหมาะสมอีกด้วย !


แล้วอึที่ไม่ค่อยดีล่ะ เป็นแบบไหน ?

1. ก้อนยาว แต่ผิวแข็งหรือมีรอยแตก

ไม่ได้แย่และไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรมากนัก แต่อาจจะต้องดื่มน้ำให้มากขึ้นนั่นเอง

2. แข็งและเป็นเม็ด

มีลักษณะแข็งและเป็นเม็ดแห้งๆ อาจเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ดีนักของโรคท้องผูก อาจมีอาการขับถ่ายยาก ถ่ายไม่สุด และรู้สึกเจ็บขณะถ่ายอีกด้วย

อึลักษณะนี้อาจเกิดจากการขาดไฟเบอร์ ดื่มน้ำน้อย และพฤติกรรมการอึที่ไม่ค่อยดีนัก

** หากมีการถ่ายปนเลือด หรือท้องผูกรุนแรง ร่วมกับการถ่ายแบบเม็ดสลับกับการถ่ายเหลว ควรรีบไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคลำไส้ได้

3. แข็ง เป็นเม็ด แต่ติดกันเป็นก้อนยาว

มีลักษณะคล้ายกับข้อ 2. คือ แข็ง แห้ง ผิวขรุขระ แต่จะติดกันเป็นก้อนยาว โดยอาจบ่งบอกถึงอาการของโรคท้องผูกด้วยเช่นกัน แต่ไม่รุนแรงเท่าข้อ 2.

4. เป็นแผ่น ไม่จับตัวกัน

มีลักษณะเป็นแผ่นขนาดเล็กๆ ไม่จับตัวกัน ส่วนใหญ่จะสามารถขับถ่ายออกมาได้ง่าย แต่ไม่จัดอยู่ในอึที่มีสุขภาพดี เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนของการขาดไฟเบอร์ และอาการท้องร่วงชนิดไม่รุนแรงอีกด้วย

5. ถ่ายกึ่งเหลว

มีลักษณะเป็นก้อนๆ แต่จะนิ่มและเหลวกว่าปกติ แต่ไม่ถึงขั้นเป็นน้ำ คนที่มีอึลักษณะนี้อาจมีอาการปวดท้องและถ่ายบ่อย ซึ่งไม่ใช่สัญญาณที่ดีมากนัก เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อและอักเสบภายในลำไส้ได้

6. ถ่ายเหลว

อาการถ่ายเหลวที่เราคุ้นเคย คือการที่อึของเรามีลักษณะไม่เป็นก้อน และเหลวเหมือนน้ำ มักมาพร้อมกับอาการท้องเสีย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่

สาเหตุอาจเกิดจากการติดเชื้อ และได้รับสารพิษจากอาหารที่ไม่สุก หรืออาหารไม่สะอาด (อาหารเป็นพิษ) รวมถึงการอักเสบภายในลำไส้ เหมือนอึกึ่งเหลว แต่รุนแรงกว่า อาจเกิดจากการกินอาหารรสจัด หรือการดื่มแอลกอฮอล์

ผู้ที่ถ่ายลักษณะนี้อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ถ่ายมากกว่า 3 ครั้งแต่จะหายได้เองภายใน 2-3 วัน

**หากเริ่มมีภาวะขาดน้ำ ปากแห้ง เวียนหัว มีไข้ ถ่ายปนเลือด ควรรีบพบแพทย์ทันที

นอกจากลักษณะของเจ้าก้อนอึทั้งหลายแล้ว สีของอึ ก็สามารถบ่งบอกสุขภาพของเราได้เช่นกัน


อึ 5 สี บอกอะไรเรา ?

1. สีน้ำตาลเข้ม อ่อน หรือสีน้ำตาลเหลือง

สีเหล่านี้คือสีของอึที่สุขภาพดี

แต่หากมีสีเหลืองจางๆและส่งกลิ่นเหม็น อาจเกิดจากไขมันส่วนเกินในอึ หรือความผิดปกติของน้ำดี ระบบดูดซึมอาหารและระบบย่อยอาหาร หากมีลักษณะนี้ติดกันหลายๆวัน ควรรีบไปพบแพทย์

2. สีเขียว

อาจเกิดจากการกินผักใบเขียวมากเกินไป ไม่ได้มีอันตรายใดๆ แต่หากมีอาการท้องร่วง หรือถ่ายเหลวร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคท้องร่วง หรือผลข้างเคียงของยาบางชนิด

3. สีดำยางมะตอย

ส่วนใหญ่เกิดจากมีเลือดออกบางแห่งในระบบทางเดินอาหารแต่หากอึยิ่งมีสีดำเข้มควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

แต่อึสีดำก็สามารถเกิดจากการกินอาหารหรือยาบางชนิดได้ เช่น ตับ เลือด หรือยาแก้ท้องเสีย

ถึงแม้จะเป็นสีดำที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน แต่สาเหตุและผลข้างเคียงนั้นต่างกันมาก และยากที่จะแยกให้ชัดได้ จึงต้องหมั่นสังเกตอาการตัวเองอยู่บ่อยๆ

แอปพลิเคชัน Agnos เองก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก ช่วยเช็กอาการป่วยเบื้องต้นได้ ฟรี 24 ชม. ด้วย AI วิเคราะห์โรค

หากใครมีอาการกังวลใดๆ ไม่ว่าจะตอนไหน ไม่ต้องห่วงว่าดึกแค่ไหน ก็สามารถตรวจเช็กด้วยตัวเองได้ ที่แอปพลิเคชัน Agnos ได้เลย !

4. สีแดง

แน่นอนว่าอึสีแดง คงไม่ใช่เรื่องปกติ หรือเรื่องที่น่ายินดีมากนัก แต่อย่าพึ่งตกใจ เพราะอึสีแดงอาจเกิดจากการกินอาหารที่มีสีแดง หรือใกล้เคียงกับสีแดง เช่น มะละกอ แตงโม หรือเครื่องดื่มสีแดงด็ได้

แต่..ถ้าเราสังเกตเห็นเลือดปนอยู่กับอึของเรา หรือมีอึสีเหลืองปนเลือด อาจเกิดจากริดสีดวงทวาร นอกจากนี้อาจเสี่ยงการมีเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนล่าง รวมถึงเนื้องอกด้วย

5. สีเทา เทาเข้ม หรือขาว

หลายๆ คนอาจจะไม่คุ้น หรือถามว่ามันมีด้วยหรอ อึสีแบบนี้? หากเป็นสีเทาเข้ม อาจเกิดจากการมีเลือดออกใบระบบทางเดินอาหารส่วนต้น

และแน่นอนว่าการกินอาหารบางประเภทก็ส่งผลให้อึของเรามีสีเทาเข้มได้เหมือนกัน

หากเป็นสีเทาอ่อน หรือสีขาวๆ อาจเกิดจากภาวะตับ หรือตับอ่อนมีปัญหา นอกจากนี้อาจเป็นเพราะมีการอุดตันเกิดขึ้นที่บริเวณท่อน้ำดี จึงทำให้อึของเราขาดน้ำดีและเป็นสีเทาอ่อน หรือสีขาวนั่นเอง และแน่นอนว่าการกินยาบางชนิดก็อาจทำให้อึของเรามีสีแบบนี้ได้เช่นกัน

แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ..ให้มันมีลักษณะและสีที่ปกติ ?

การรักษาลำไส้ของตัวเองนั้น ทุกๆคนคงจะรู้อยู่แล้ว ว่าการเลือกกินอาหารที่ไฟเบอร์สูง การดื่มน้ำให้เพียงพอและการออกกำลังกาย คงจะเป็นวิธีรักษาและบำรุงลำไส้ รวมถึงการขับถ่ายของเราได้ง่ายและดีที่สุด

การเช็กลักษณะและสีของอึเราเป็นแค่การสังเกตเบื้องต้นเท่านั้น หากร่วมอื่นๆ เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย หรืออ่อนเพลีย สามารถใช้แอปพลิเคชัน Agnos เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้นได้ นอกจากนี้ยังสามารถสอบถาม พูดคุยผ่านทางแชทกับคุณหมอได้อีกด้วย

และที่สำคัญหากใครไม่รู้จริงๆ ว่าจะโรงพยาบาลไหนเพื่อรักษา ทาง Agnos เองก็มีบริการแนะนำแพทย์ให้ ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยอีกด้วย !

สามารถดาวน์โหลดได้ที่ : https://agnoshealth.app.link/FFfeMvF1Nsb

Image credit : https://www.livi.co.uk/your-health/10-things-your-poo-can-tell-you-about-your-health/

อ้างอิง :

https://www.pobpad.com

https://www.samitivejhospitals.com/th/article/detail/

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/march-2021/irritable-bowel-syndrome

https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/august-2021/stool-tells-about-your-gut-health